สุขภาพน่ารู้

อะไรนะ..ไม่ได้ยิน

อะไรนะ..ไม่ได้ยิน

    การได้ยิน เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่จะช่วยในการสื่อสารและสร้างความบันเทิงเริงใจให้แก่มนุษย์ แต่หากเราขาดการดูแลรักษา “หู” ให้ดี ก็อาจส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถได้ยินหรือได้ฟังอะไรอีกต่อไปเลย ก็เป็นได้     การสูญเสียการได้ยิน นับเป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากจะเผชิญ ซึ่งภาวะอาการเช่นนี้ สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ดังต่อไปนี้     ประเภทแรก คือ การสูญเสียการได้ยินชนิด “การนำเสียงบกพร่อง” ซึ่งจะเกิดปัญหาบริเวณหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลางที่ปิดกั้นไม่ให้เสียงถูกส่งต่อไปอย่างเหมาะสม แล้วส่งผลทำให้เราได้ยินเสียงได้ไม่ชัดเจนดังเดิมนั่นเอง การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่องมักมีระดับความรุนแรงอยู่ในระดับต่ำหรือปานกลางตั้งแต่ 25 ถึง?65?เดซิเบล และบางครั้งอาจเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งระดับความรุนแรงก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาด้วย ทั้งนี้การรักษาด้วยการให้ยาหรือการผ่าตัดสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจใช้วิธีบรรเทาอาการดังกล่าวด้วยการใช้เครื่องช่วยฟังหรือฝังประสาทหูชั้นกลางเทียมลงไปทดแทนส่วนที่เสื่อมไปก็ได้     ประเภทต่อมาจะมีความรุนแรงมากกว่าในแบบแรก เรียกว่าการสูญเสียการได้ยินชนิด “ประสาทรับฟังเสียงบกพร่อง” การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้เกิดจากการที่เซลล์รับเสียง(เซลล์ขน)ขาดหายไปหรือได้รับความเสียหาย แบ่งระดับอาการออกได้เป็นขั้นต้น ขั้นปานกลาง และ ขั้นรุนแรงหรือหูหนวกโดยสมบูรณ์ สำหรับการรักษา โดยส่วนใหญ่แล้วจะบรรเทาอาการด้วยการใช้เครื่องช่วยฟังหรือหูชั้นกลางเทียม…
Read more

ทดเวลาบาดเจ็บ

ทดเวลาบาดเจ็บ

เชื่อว่านักกีฬาทุกๆท่านที่เล่นกีฬาอยู่เป็นประจำก็คงจะต้องมีบางครั้งที่เกิดการพลาดท่าเสียที จนเกิดอาการเคล็ดขัดยอกหรืออาการกระดูกซ้น และทำให้ต้องพักฟื้นรักษาตัวไปบ้างในบางครั้ง ซึ่งถ้าหากนักกีฬาทั้งหลายรู้ถึงสาเหตุ วิธีการแก้ไข หรือวิธีการรักษาที่ถูกต้อง ก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและช่วยให้ย่นระยะเวลาในการพักฟื้นให้สั้นลงได้     สาเหตุหลักๆที่ทำให้อวัยวะเกิดอาการบาดเจ็บมักมีผลมาจากแรงกระแทกภายนอก ซึ่งล้วนเกิดมาจากความไม่ตั้งใจทั้งสิ้น นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุมาจากมาจากแรงภายในร่างกายที่มีการยืดหรือหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงจนเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากการใช้งานอวัยวะนั้นๆแบบซ้ำๆ ซากๆ และมากเกินไป ในบางครั้งเป็นเหตุผลเนื่องมาจากการขาดทักษะหรือเทคนิคในการเล่นกีฬาที่ถูกต้องและเหมาะสมนั่นเอง และเมื่อเริ่มรู้ตัวแล้วว่า อาการบาดเจ็บจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้นกำลังเข้ามาเยี่ยมเยือนคุณแล้ว เราจะมีวิธีในการตั้งรับและขับไล่มันออกไปได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบสำหรับคุณค่ะ สิ่งแรกที่จะต้องทำ ก็คือ การหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณที่บาดเจ็บ โดยอาจจะหาไม้มาดามหรือใช้ผ้ายืดพันอวัยวะที่บาดเจ็บไว้ชั่วคราว ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะทำให้ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บมีการขยับเยื้อนเคลื่อนไหวให้น้อยมากที่สุด และเป็นการลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บซ้ำจนยากที่จะรักษาได้     สิ่งต่อมาที่จะช่วยลดความรุนแรงจากการเจ็บป่วยได้ ก็คือ การประคบด้วยความเย็น ซึ่งมักทำในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังการเกิดอุบัติเหตุ โดยการประคบเย็นสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการใช้ผ้าหุ้มก้อนน้ำแข็งเอาไว้ จากนั้นจึงนำมาทาบบริเวณที่บาดเจ็บ ความเย็นจากก้อนน้ำแข็งจะส่งผลให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว ช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เร็วและทำให้เลือดไม่ไหลออกมาภายในเนื้อเยื่อมากจนเกินไป อาการอักเสบและอาการบวมจึงทุเลาลงได้นั่นเอง…
Read more

อาหารต้านผมร่วง

อาหารต้านผมร่วง

    “ผมร่วง ผมบาง” จัดเป็นอาการที่แสดงออกได้ไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล ซึ่งสาเหตุหลักๆก็มาจากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก หรือความเครียดภายในของแต่ละคน ซึ่งล้วนเป็นกระจกสะท้อนออกมาผ่านทางการหลุดร่วงของเส้นผมบนหนังศีรษะทั้งสิ้น     บางคนอาจจะเคยได้ยินว่า “เส้นผมของคนเรานี้มีการงอกและหลุดร่วงเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติอยู่แล้ว” แต่อาจจะยังไม่ทราบดีว่าสมดุลการงอกและหลุดร่วงที่เหมาะสมนี้ควรเป็นอย่างไร ซึ่งหากจะให้อธิบายวงจรของเส้นผมง่ายๆ ก็คือ เส้นผมมีวงจรชีวิตอยู่ในช่วง 2 -6 ปีโดยประมาณ และส่วนใหญ่ผมจะยาวขึ้นประมาณครึ่งนิ้วต่อเดือน ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ 90 % ของปริมาณเส้นผมบนหนังศีรษะจะอยู่ในช่วงที่กำลังเจริญเติบโต และอีก 10% จะอยู่ในระยะพักตัว เส้นผมที่อยู่ในระยะพักนี้จะไม่เจริญเติบโตต่อไปอีก และหลังจากนั้นอีก 2 ? 3 เดือนก็จะร่วงหลุดไปก่อนที่จะมีเส้นผมสั้นๆเส้นใหม่เจริญขึ้นมาแทน ฉะนั้น หากจะมีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผมเส้นใหม่ หรือเร่งให้เส้นผมนั้นๆเข้าสู่ระยะพักได้เร็วขึ้น ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเกิดอาการผมร่วงหรือผมบางลงได้ง่ายกว่าเดิมนั่นเอง     สาเหตุที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการหลุดร่วงของเส้นผมสาเหตุแรกเกิดขึ้นได้จากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น…
Read more

ความลับของฝ่าเท้า

ความลับของฝ่าเท้า

เท้าเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยรับน้ำหนัก และช่วยทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถเคลื่อนที่ไปได้ตามที่ใจปรารถนา ในหนึ่งวัน เราแทบจะไม่เคยคำนึงเลยว่า เราได้ใช้งานเท้าทั้งสองข้างของเราหนักแค่ไหน ทั้งการทำงาน การออกกำลังกาย หรือแม้แต่การช๊อปปิ้ง ในขณะเดียวกัน ฝ่าเท้ายังคงซ้อนความลับบางอย่างที่มีส่วนสัมพันธ์กับองค์ประกอบต่างๆภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น สมอง หัวใจ ตับ ไต ไส้ พุง ทุกๆส่วนล้วนเป็นสิ่งที่ธรรมชาติเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันไว้ทั้งหมดทั้งสิ้น ผิวหนังทั่วทุกอณูของร่างกายซึ่งรวมถึงผิวหนังที่ฝ่าเท้า เป็นส่วนที่ถูกพัฒนามาจากกลุ่มเซลล์ชั้นนอกของตัวอ่อนที่มีต้นตอเดียวกันกับอวัยวะส่วนอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตำแหน่งต่าง ๆ บนฝ่าเท้าจะมีความสัมพันธ์กับอวัยวะส่วนอื่นๆ ทั่วทั้งร่างกาย   อีกประเด็นหนึ่ง ที่ยังเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ ก็คือ “การหลั่งสารเคมีที่ฝ่าเท้า” ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เซลล์ที่เท้าสามารถที่จะหลั่งสารเคมีได้เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ และเนื่องจากข้อมูลข้างต้นที่กล่าวว่าเซลล์ผิวหนังทุกส่วนมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน ดังนั้น เมื่อฝ่าเท้าถูกกระตุ้นจนหลั่งสารเคมีออกมา ก็จะส่งผลให้อวัยวะส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันหลั่งสารตัวเดียวกันออกมาด้วย สารเคมีเหล่านั้นอาจมีส่วนช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ดีมากขึ้น ดังนั้น หากฝ่าเท้าถูกกระตุ้นอย่างถูกวิธี ก็จะส่งผลที่ดีต่ออวัยวะอื่นๆตามไปด้วย…
Read more

กลิ่นหอมบำบัดโรค

กลิ่นหอมบำบัดโรค

ศาสตร์ของการใช้น้ำมันหอมระเหยหรือที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่า “อะโรมาเทอราพี (aromatherapy)”จัดได้ว่าเป็นศาสตร์เก่าแก่ของโลก ที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยอิยิปต์เมื่อ 6,000 ปีที่ผ่านมา และยังคงได้รับความนิยมและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ในการรักษาหรือบำบัดโรค กลิ่นมีผลอย่างมากต่อความรู้สึก และส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของมนุษย์ ตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน มีการใช้กลิ่นในการบำบัดรักษาเพื่อให้บรรเทาหรือทุเลาอาการต่างๆมาอย่างช้านาน ซึ่งกลิ่นที่สกัดได้จากธรรมชาติจะมีคุณสมบัติพิเศษ ที่ทำให้ร่างกายคลายความเครียด ผ่อนคลายอารมณ์ รู้สึกสงบ หรือให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นได้   น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการรักษา จะต้องมีคุณภาพและความบริสุทธิ์สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการปลูก การดูแลรักษา และที่สำคัญคือการสกัดเอาน้ำมันหอมระเหยออกมา โดยกลิ่นจะผ่านการสกัดออกมาในรูปแบบของน้ำมันหอม และอาจใช้สำหรับการนวด การอาบ หรือจุดไฟเพื่อให้กลิ่นหอมนั้นระเหยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และให้ความรู้สึกที่ดีต่อการสูดดม   เหตุผลที่กลิ่นสามารถช่วยรักษาโรคได้นั้นเป็นเพราะน้ำมันหอมระเหยมีคุณสมบัติในการถอนพิษออกจากร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันโรค ลดอาการอักเสบ หรือบรรเทาอาการปวด ซึ่งแต่ละบุคคลก็อาจมีความชื่นชอบในแต่ละกลิ่นได้แตกต่างกัน แล้วแต่ความคุ้นเคยหรือความรู้สึกส่วนตัว ตัวอย่างกลิ่นที่ช่วยในการบำบัดโรค เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นชนิดนี้สามารถช่วยขจัดแบคทีเรีย ทำให้จิตใจสงบ…
Read more

จิบแต่น้อย

การดื่มน้ำก่อนอาหารประมาณครึ่งแก้วจะทำให้ความหิวลดน้อยลง เนื่องจากน้ำมีส่วนช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน จึงทำให้คุณทานอาหารได้น้อยลงนั่นเอง

น้ำถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อร่างกายมนุษย์ เนื่องจากร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 2 ใน 3 ของทั้งหมด อีกทั้งร่างกายจะมีการสูญเสียน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตรโดยการขับออกทางปัสสาวะ เหงื่อ และลมหายใจ ดังนั้นการดื่มน้ำที่เพียงพอจึงช่วยให้ร่างกายสามารถรักษาสมดุลของน้ำได้อย่างเหมาะสม และทำให้สามารถนำเอาน้ำไปใช้ในอวัยวะต่างๆได้ดี ตั้งแต่เด็กจนโต เรามักจะได้รับการปลูกฝังมาเสมอว่าการดื่มน้ำมากๆจะมีผลดีต่อร่างกาย แต่คุณทราบหรือไม่คะว่าการดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปวันละประมาณ 6-7 ลิตร จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษ (Water Intoxication) โดยน้ำที่บริโภคเข้าไปจะไปเจือจางความเข้มข้นของแร่ธาตุโซเดียม ทำให้ร่างกายเกิดความไม่ปกติขึ้น รวมถึงเกิดโอกาสเสี่ยงในการเกิดอาการไฮโปแนทรีเมียหรืออาการสมองบวมจนอาจคร่าชีวิตของคุณได้ โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่มีหน้าที่รักษาสมดุลน้ำระหว่างเซลล์ เมื่อโซเดียมถูกเจือจางจะทำให้น้ำภายนอกเซลล์ซึมเข้าไปภายในเซลล์จนเซลล์บวมน้ำ หรือเกิดภาวะที่เรียกว่า ?ไฮโปแนทรีเมีย (Hyponatremia)? ผู้ป่วยที่เกิดภาวะไฮโปแนทรีเมียมักจะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อาจมีอาการชักกระตุก สมองบวม ปอดบวม และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที นอกจากนี้การดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น การต้องเข้าห้องน้ำบ่อยตอนกลางดึก ส่งผลกระทบให้การนอนหลับในช่วงกลางคืนไม่เต็มอิ่มได้ หากคุณต้องการอยากจะดื่มน้ำให้ถูกวิธีและดีต่อร่างกายจะต้องไม่ดื่มน้ำมากหรือน้อยจนเกินไป…
Read more

ต้านมะเร็งร้ายด้วยไลโคปีน

ต้านมะเร็งร้ายด้วยไลโคปีน

ในปัจจุบันการรับประทานอาหารของมนุษย์ส่งผลให้เกิดทั้งประโยชน์และโทษต่อ ร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว อาหารบางอย่างยังมีส่วนช่วยในการปกป้องไม่ให้เกิดโรคร้ายได้ด้วย “ไลโคปีน” (Lycopene) เป็นสารอาหารสีแดงในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบมากในผักผลไม้จำพวกมะเขือเทศ แตงโม และพิงก์เกรปฟรุต มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำร้ายโดยสาร อนุมูลอิสระ ดังนั้นไลโคปีนจึงสามารถป้องกันโรคร้ายต่างๆโดยเฉพาะโรคมะเร็งได้ มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าไลโคปีนช่วยป้องกันมะเร็งได้ ยกตัวอย่างเช่น มีงานวิจัยกล่าวว่าการได้รับ “ไลโคปีน” อย่างต่อเนื่อง เช่น การรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ หรือกลุ่มคนอิตาลีตอนใต้ที่มักจะใช้มะเขือเทศกับน้ามันมะกอกเป็นวัตถุดิบ พื้นฐานของอาหาร มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารต่ำกว่ากลุ่มคนของอิตาลีตอนเหนือ ที่ส่วนใหญ่รับประทานแต่อาหารที่ทำจากเนย น้ำมันหมูกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก นอกจากนี้ไลโคปีนยังมีส่วนช่วยป้องกันอนุมูลอิสระในระดับเนื้อเยื่อหุ้ม เซลล์ในร่างกายได้ด้วย จากงานวิจัยพบว่า ไลโคปีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบได้   นอกเหนือจากการช่วยป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระที่จะนำพาไปสู่โรคมะเร็งแล้ว ไลโคปีนยังช่วยในด้านของพิวพรรณ ลดเลือนริ้วรอย ปรับระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน ลดโคเลสเตอรอล กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย…
Read more

แค่เปลี่ยนก็เลี่ยง [กรดไหลย้อน]

แค่เปลี่ยนก็เลี่ยง [กรดไหลย้อน]

หาก คุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มมีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก เรอบ่อย มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก กลืนอาหารลำบากหรือปวดเวลากลืน  ไอแห้งๆ และรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะนั้นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนภัยของ โรคกรดไหลย้อน ก็เป็นได้      [กรดไหลย้อน] เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย  โดยหูรูดนี้จะแสดงอาการหดรัดตัวที่แย่ลง มีผลทำให้เกิดการไหลย้อนกลับของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นมา ที่ส่วนปลายของหลอดอาหาร  โรคกรดไหลย้อนพบได้ในทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ โดยส่วนมากมักตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ในช่วงแรกของการเกิดโรค ทำให้ยังสามารถป้องกันและแก้ไขอาการได้              แนวทางที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดกรดไหลย้อนทำได้ง่าย เพียงแค่คุณลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงของการเกิดโรค ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร กล่าวคือควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ อาหารรสไม่จัด ลดการดื่มชา กาแฟ หรือรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนี้จะต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน และหลังจากรับประทานอาหารแล้วไม่ควรเข้านอนทันที ควรทิ้งระยะห่างประมาณ 2-3 ชั่วโมง…
Read more

พาราเซตามอล ยาสามัญที่ไม่ควรมองข้าม

พาราเซตามอล ยาสามัญที่ไม่ควรมองข้าม

พาราเซตามอลถือเป็นยาสามัญที่มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดได้ทั่วไป สามารถใช้ได้ทั้งในคนและในสัตว์ พาราเซตามอลที่วางขายในท้องตลาดมีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการบรรเทาอาการปวด          กลไกการทำงานของยาพาราเซตามอลเกิดจากตัวยาจะมีฤทธิ์ไปยับยั้งการสร้างสาร เคมีบางตัวในสมอง เช่น สารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin)  ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ผู้ป่วยจึงมีไข้ลดลง  ยาพาราเซตามอลมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดได้ตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงระดับ ปานกลาง สามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้โดยไม่มีผลระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร แต่ไม่มีความสามารถในการลดการอักเสบหรือฟกช้ำของร่างกายจากการถูกกระแทกจาก ภายนอกได้ ยาพาราเซตามอลมีจำหน่ายในหลายรูปแบบทั้งแบบชนิดยาเม็ด ยาน้ำ และยาฉีด ขึ้นอยู่กับอาการของโรคและความต้องการยาของผู้ป่วย ซึ่งแต่ละบุคคลมีการตอบสนองต่อยาในรูปแบบที่แตกต่างกัน อีกทั้งโรคประจำตัวบางโรคอาจส่งผลต่อระดับการรับยาในปริมาณที่ต่างกันด้วย          โดยปกติยาพาราเซตามอลกว่า 95% จะถูกเมตาโบไลซ์ที่ตับ ด้วยกระบวนการ conjugationกลาย เป็นสารที่ไม่เป็นพิษ แล้วถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ส่วนที่เหลืออีก 5% จะถูกเมตาโบไลซ์โดยเอนไซม์ Cytochrome P-450 ได้เป็นสารที่พิษ คือ N-acetyl-p-Benzoquinoneimine (NAPQI) แต่อย่างไรก็ตามสารพิษนี้จะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะอยู่แล้ว แต่ในภาวะที่ได้รับพาราเซตามอลเกินขนาด…
Read more