Latest Posts

จังหวะหัวใจที่ไม่เหมือนเดิม

clip_image001

หัวใจ อวัยวะหลักที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดเพื่อนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย การดูแลหัวใจให้เป็นปกติจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรละเลย ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกติไปจากเดิม โดยอาจเป็นไปได้ทั้งการเต้นเร็วเกินไปหรือเต้นช้าเกินไป มีผลทำให้การสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเก่า ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายโดยเสี่ยงต่อโรคหัวใจล้มเหลวได้   ภาพจาก : http://www.khaosod.co.th/view_news.php อาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณอาจมีแนวโน้มของการเป็นโรคภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ อาการวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่นหวิว หายใจติดขัด เจ็บแน่นบริเวณหน้าอก หรือบางรายอาจเป็นลมหมดสติไปเลยก็มี ตามปกติ กลไกการเต้นของหัวใจจะถูกควบคุมโดยกระแสไฟฟ้าที่ส่งมาจากเนื้อเยื่อบริเวณหัวใจห้องบนขวา ทำให้โดยทั่วไป หัวใจของคนเราจะเต้นอยู่ระหว่าง 50-100 ครั้งต่อนาที อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดจากจังหวะหัวใจที่ขาดหายไปหรือแทรกเข้ามาก่อนจังหวะปกติ บางชนิดอาจไม่เป็นอันตราย แต่บางชนิดหากไม่ได้รับการตรวจรักษา อาจส่งผลร้ายแรงถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้ การตรวจวินิจฉัย ทำได้โดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) แต่ทางการแพทย์พบว่าบางครั้งไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการตรวจได้ เนื่องจากความผิดปกติอาจเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ จึงมีอีกวิธีที่เรียกว่า การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (exercise stress…
Read more

ทำไงดี…ฉันชอบกัดเล็บ

image

นิสัยกัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่หลายๆคนอาจจะเคยเป็นกัน ซึ่งโดยมากมักจะกัดเล็บในช่วงที่ตื่นเต้น เครียด หิว หรือเบื่อหน่าย บางรายอาจมีความผิดปกติทางจิตใจร่วมด้วย อาการนี้มักจะทำไปโดยอัตโนมัติและเกิดได้ในทุกช่วงอายุ ทั้งเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ซึ่งโดยปกติจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ภาพจาก : http://www.djjmam.com/th/hb261212/ การกัดเล็บนี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างรุนแรงหรอกคะ ผลเสียของการกัดเล็บอาจจะทำให้เกิดการถ่ายทอดของเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสจากเล็บมือเข้าสู่ปาก ซึ่งหากคุณมีการดูแลสุขลักษณะที่มืออย่างดี ก็จะไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่สิ่งสำคัญก็คือการกัดเล็บจะทำให้คุณดูเสียบุคลิกภาพ และดูไม่น่ามองซักเท่าไรนัก การรักษาอาการกัดเล็บขึ้นอยู่กับระดับอาการและสาเหตุ โดยหากการกัดเล็บเกิดจากความผิดปกติทางจิตใจ จะมีการให้ยาเพื่อรักษาอาการ โดยยาที่ใช้มีหลายกลุ่ม เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคจิตเวช เป็นต้น ซึ่งยาสองตัวนี้มักจะใช้ร่วมกันเพื่อเสริมฤทธิ์ในการรักษาโรคกัดเล็บ หรืออาจมีการใช้ยาในกลุ่มวิตามินบี ที่ชื่อว่า inositol โดยสารนี้จะเสริมฤทธิ์ของสาร serotonin ในสมอง ซึ่งจะช่วยลดความอยากกัดเล็บลงได้ สำหรับผู้ที่กัดเล็บโดยไม่ได้เกิดจากอาการผิดปกติทางจิตใจ อาจรักษาได้โดยการทาเล็บด้วยสารที่มีกลิ่นเหม็น รสเผ็ดหรือมีรสขม หรือใช้หนังยางรัดข้อมือเพื่อดีดข้อมือให้เจ็บป้องกันไม่ให้กัดเล็บ บางรายอาจแก้ไขด้วยการตัดเล็บให้สั้น…
Read more

สายตาดีด้วยเบอร์รี่

clip_image001

ปัจจุบันคนไทยมีปัญหาสายตาผิดปกติกันมากขึ้น เนื่องมาจากสาเหตุการใช้สายตาที่มากไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งหน้าจอทีวี หรือการใช้สมาร์ทโฟน ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุให้สายตาเสื่อมลงได้ทั้งสิ้น ภาพจาก : http://board.postjung.com/677420.html แสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์หรือสมาร์ทโฟนล้วนเป็นอันตรายต่อดวงตา โดยเฉพาะจอสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดเล็ก ทำให้เราต้องเพ่งสายตามากยิ่งขึ้น จึงมีผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม และกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สายตาเสื่อมก่อนวัยอันควร การจะรักษาสุขภาพของดวงตาให้ใช้งานไปได้นานๆไม่เพียงแต่จะต้องมีการใช้ชีวิตที่เหมาะสมแล้ว ผลไม้ก็มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยบำรุงสายตาของคุณได้เช่นกัน โดยเฉพาะผลไม้ในกลุ่มเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) สูง รวมไปถึงวิตามินและเกลือแร่สำคัญที่มีส่วนช่วยในการถนอมดวงตาของคุณได้ด้วย ภาพจาก : http://enlivenholistics.wordpress.com/tag/berry/ ผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่มีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ แบล็คเคอร์แรนต์ ฮัคเคิลเบอร์รี่ บอยเซ็นเบอร์รี่ อาซาอิเบอร์รี่ เอลเดอร์เบอร์รี่ โช้คเบอร์รี่ และบิลเบอร์รี่ เป็นต้น ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านของสารอาหารเล็กน้อย แต่ผลไม้ในกลุ่มนี้ก็ยังคงมีสารสำคัญตัวเดียวกันที่สามารถช่วยบำรุงสายตาของคุณได้ สารสำคัญในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีอยู่หลายชนิด…
Read more

บำรุงกระดูกและข้อด้วยคลอลาเจน

Orthopedic care with collagen บำรุงกระดูกและข้อด้วยคลอลาเจน

            หลายๆคนคงเคยได้ยินมาว่าการรับประทานคลอลาเจนมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณของคุณดูอ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยก่อนวัย แต่คุณรู้มั๊ยคะว่า คลอลาเจนยังสามารถช่วยบำรุงกระดูกและข้อของเราได้อีกด้วยนะ ภาพจาก : http://healthnewsdaily.blogspot.com/2011/02/blog-post_5926.html            กระดูกเป็นอวัยวะที่มีการสร้างและสลายสารบางอย่างอยู่ตลอดเวลา กระดูกจึงต้องการอาหารไปหล่อเลี้ยงเพื่อซ่อมและสร้างเหมือนอวัยวะอื่นๆ คอลลาเจนคือโปรตีนธรรมชาติที่พบมากในกระดูกของสิ่งมีชีวิต ถือเป็นโปรตีนโครงสร้างตาข่ายที่มีความแข็งแรงมาก เป็นตัวเชื่อมอวัยวะต่างๆเข้ากับกระดูก จึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังและกระดูก ทำหน้าที่เป็นเหมือนตาข่ายที่คอยยึดให้แคลเซียมเกาะตัวเป็นกระดูกได้             การขาดคอลลาเจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มวลกระดูกน้อยลงมาก เนื่องจากหากร่างกายขาดคอลลาเจน จะส่งผลให้แคลเซียมไม่สามารถที่จะเกาะตัวกันได้ ซึ่งจึงนำไปสู่สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าการป้องกันโรคกระดูกพรุน ไม่เพียงแต่จะต้องบริโภคเฉพาะเพียงแคลเซียมเท่านั้น คอลลาเจนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน            ในทางการแพทย์มีการใช้คอลลาเจนกับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคข้ออักเสบ เนื่องจากคอลลาเจนอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่มีบทบาทในการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ช่วยในการรักษาโรคข้ออักเสบนี้ คอลลาเจนมีความปลอดภัยและไม่มีพิษต่อร่างกาย มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคคลอลาเจนพบว่าการบริโภคคอลลาเจนไฮโดรไลเซตปริมาณ 10 กรัม เป็นเวลามากกว่า 2 เดือน มีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบที่หัวเข่าและสะโพก ซึ่งคาดว่าคอลลาเจนไม่ได้แสดงผลในการเป็นยาบรรเทาอาการปวดหรือมีผลในการต่อต้านการอักเสบโดยตรง แต่คอลลาเจนมีผลโดยตรงต่อเนื้อเยื่อข้อต่อที่มีผลในการรักษาโรคข้ออักเสบ               ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการบริโภคคอลลาเจนจะช่วยเสริมสร้างให้กระดูกมีความแข็งแรงมากขึ้น การบริโภคแคลเซียมร่วมกับคลอลาเจนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง…
Read more

ทำยังไงให้หายปวดหลัง

What to do to cure back pain ทำยังไงให้หายปวดหลัง

           โอ๊ยยยย!!! ปวดหลัง เสียงโอดครวญที่หลายๆคนเคยเป็นกัน            อาการปวดหลังเป็นอาการที่เกิดได้ในทุกเพศทุกวัย โดยมากมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น อุบัติเหตุในการทำงาน การยกของไม่ถูกท่า การลื่นหกล้ม หรืออาจมีสาเหตุมาจากความเสื่อมของร่างกายที่พบมากในผู้สูงอายุ เช่น การเสื่อมของข้อกระดูกหรือหมอนรองกระดูกสันหลัง เป็นต้น ภาพจาก : http://health.mthai.com/knowledge/5329.html            การจะหลีกหนีจากอาการปวดหลังต้องเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสาเหตุของอาการปวดหลังเสียก่อน เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หลีกเลี่ยงการนอนบนเบาะหรือเตียงนอนที่นุ่มเกินไป หรือหลีกเลี่ยงการนอนเหยียดขาตรง ควรใช้วิธีนอนตะแคงแทน             หรือหากยังไม่หายจากอาการปวดก็จะเข้าสู่วิธีการบำบัดรักษา ซึ่งการรักษาอาการปวดหลังมีอยู่มากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนโบราณ การทำกายภาพ บำบัด การฝังเข็มแบบของจีน หรือแม้กระทั่งการดึงกระดูกสันหลังหรือการผ่าตัดกระดูกด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม อาการปวดหลังที่ไม่มาก สามารถรักษาได้ด้วยตัวเองโดยการทำกายบริหารเพื่อยืดกล้ามเนื้อส่วนลำตัวและส่วนขา การทำกายบริหารนี้ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการบรรเทาอาการปวดหลังเท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันอาการปวดหลังได้ดีด้วย             การออกกำลังกายก็เป็นอีกทางออกหนึ่งในการแก้อาการปวดหลังได้เช่นกัน…
Read more

ชาเขียว…เครื่องดื่มมากประโยชน์

benefits-drinking-green-tea ชาเขียว...เครื่องดื่มมากประโยชน์

ชาเป็นเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยชาที่นิยมดื่มกันในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ชาจีน ชาฝรั่ง และ ชาเขียว ซึ่งชาแต่ละชนิดจะมีกรรมวิธีในกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันไป ทำให้ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับแตกต่างกันตามไปด้วย ภาพจาก : http://lifefoodnutrition.org/benefits-drinking-green-tea/           ชาที่จัดว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด คือ ชาเขียว (Green tea) ซึ่งเป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก ใบชาที่เก็บได้จะถูกนำไปไล่ความชื้นออก และทำลายเอ็นไซม์ในใบชาเพื่อไม่ให้เกิดการหมักตัวขึ้น จากนั้นจะนำไปมวนและนำใบชาไปคั่วเพื่อให้ความชื้นเหลือเพียง 3% ด้วยกระบวนการที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้ชาเขียวไม่เสียองค์ประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สารโพลีฟีนอล ที่เป็นสารต้านออกซิเดชันให้กับร่างกายในปริมาณสูง ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งมีสารคาเทชิน หรือ epigallocatechin-3-gallate (EGCG) ที่ช่วยยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ เป็นต้น อย่างไรก็ดีการดื่มชาก็มีข้อควรระวังหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นโรคริคสีดวงหรือมักมีอาการท้องผูกไม่ควรดื่มชาที่มีความเข้มมากๆ หรือหากผู้บริโภคคนใดต้องการดื่มชาที่เข้มข้นมากๆ…
Read more

สุขภาพดีด้วยมะรุม

Healthy with horseradish สุขภาพดีด้วยมะรุม

สุขภาพที่ดีเกิดได้จากองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมจิตใจให้แจ่มใส ไม่ตึงเครียด และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย            มะรุมถือเป็นผลไม้ไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินเอ, วิตามินซี, แคลเซียม และโพแทสเซียม สารอาหารต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยในการป้องกันโรค บำรุงสมองและระบบประสาท เป็นใยอาหาร และให้พลังงาน อีกทั้งน้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุมก็ยังถือเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพด้วยเนื่องมาจากมีองค์ประกอบภายในที่คล้ายคลึงกับน้ำมันมะกอก ภาพจาก : http://สมุนไพร.thaidrawing.com             นอกเหนือไปจากสารอาหารที่มากมายแล้ว มะรุมยังมีสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อ ?เคอซิทิน? ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์อิลาสเทส คอลลาจิเนส ไฮยาลูโรจิเนส และไทโรซิเนส ที่เป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายอิลาสติก คอลลาเจน และกรดไฮยาลูโรนิก ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอย การรับประทานมะรุมจึงมีสรรพคุณในการช่วยชะลอความแก่ ทำให้คุณแลดูอ่อนวัยได้ยาวนานยิ่งขึ้น             ในด้านการต้านอนุมูลอิสระก็ถือเป็นข้อดีที่สำคัญอีกข้อหนึ่งที่พบได้ในมะรุม โดยสารสกัดจากมะรุมประกอบด้วยเบตาแคโรทีนและกรดไลโนเลอิก ที่มีความสามารถในการลดระดับของสารออกซิเดชัน…
Read more

น้ำมันงาเพื่อสุขภาพ

Sesame Oil for Health น้ำมันงาเพื่อสุขภาพ

       น้ำมันที่ใช้สำหรับประกอบอาหารมีอยู่หลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำมัน แต่ถ้าหากพูดถึงน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ มีความเสถียรต่อการใช้งาน คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก ?น้ำมันงา? กันอย่างแน่นอน ภาพจาก : http://webboard.niyay.com/detail/68889.html            เมล็ดงาและน้ำมันงาถูกนำมาใช้เป็นอาหารสุขภาพกันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยมีความเชื่อกันว่ามีผลในการชะลอความแก่และป้องกันโรคภัยได้ อีกทั้งยังมีสารสำคัญที่ชื่อเซซามิน (sesamin) ที่มีการศึกษาวิจัยว่าช่วยยับยั้งการดูดกลืนและการสังเคราะห์โคเลสเตอรอลในร่างกาย            องค์ประกอบของน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวประมาณ 80% ที่เหลืออีก 20% เป็นชนิดอิ่มตัว น้ำมันงาจัดเป็นน้ำมันที่มีสารต้านปฏิกิริยาการเติมออกซิเจนหรือการเกิดอนุมูลอิสระสูงมากชนิดหนึ่ง ดังนั้นน้ำมันงามีความเสถียรต่อปฏิกิริยาการเติมออกซิเจนมากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น            กรดไขมันโอเมก้า- 6 และ โอเมก้า? 3 สามารถพบได้ในน้ำมันชนิดนี้ ซึ่งการบริโภคน้ำมันงาจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว อีกทั้งยังช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ปลอดภัยจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งช่วยต้านสารอนุมูลอิสระไม่ให้ไขมันในเซลล์และในผิวหนังทำปฏิกริยากับฟรีแรดิคัล จึงส่งผลให้ผิวมีสุขภาพดี…
Read more

‘มานูก้า’ ราชินีแห่งน้ำผึ้ง

manuka-honey-drizzle ?มานูก้า? ราชินีแห่งน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งในโลกนี้มีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีจุดเด่นหรือจุดขายที่แตกต่างกันออกไป แต่มีน้ำผึ้งอยู่ชนิดหนึ่งที่คนทั่วโลกยกให้เป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุดในโลกหรือเป็นราชินีแห่งน้ำผึ้ง น้ำผึ้งชนิดนั้นคือ ?มานูก้า ฮันนี่? (Manuka Honey) นั่นเอง น้ำผึ้งมานูก้าเป็นน้ำผึ้งที่ได้จากดอกมานูก้า ซึ่งเป็นต้นชาในแถบประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกของต้นไม้ชนิดนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ถือเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากสารพิษ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้น้ำผึ้งมานูก้าโดดเด่นในด้านประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งมีกลิ่นอันหอมหวานและรสชาติที่เข้มข้นถูกใจผู้บริโภค ภาพจาก : http://www.photographyobsession.co.uk/gallery3/food/honey/manuka-honey-drizzle-40d-15373            เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติภายในน้ำผึ้งชนิดนี้จะพบว่า น้ำผึ้งมานูก้ามีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากมีเอนไซม์ที่ผลิตไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งคุณสมบัติอันโดดเด่นมากกว่าน้ำผึ้งชนิดอื่นๆ น้ำผึ้งมานูก้าอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการปกป้องและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวทำให้ผิวของคุณดูเปล่งปลั่ง ไม่หย่อนคล้อย และยังมีสาร AAH650+ (Active Antibacterial Anti-Oxidant Honey 650+) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าน้ำผึ้งชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังพบสารไบโอฟลาโวนอยด์ กรดฟีโลลิก และกรดแอบซิสิก อีกด้วย…
Read more

ปอกกล้วยเข้าปาก

What-To-Eat-When-You-Have-A-Sore-Throat ปอกกล้วยเข้าปาก

ภาพจาก : http://www.medguidance.com/thread/What-To-Eat-When-You-Have-A-Sore-Throat.html            กล้วยถือเป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่ายอุดมไปด้วยพลังงาน แร่ธาตุ และวิตามิน มากมาย สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กแบเบาะไปจนถึงผู้สูงอายุวัยชรา อีกทั้งส่วนอื่นๆของกล้วยก็ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยจึงมักนิยมปลูกกล้วยกันอย่างแพร่หลาย            การรับประทานกล้วยที่มีอายุต่างกัน จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายที่ต่างกันตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกช่วงอายุของกล้วยให้ถูกกับความต้องการของร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่            กล้วยดิบถือเป็นแหล่งของสารที่ชื่อว่า ?แทนนิน? ซึ่งมีความสามารถในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร และช่วยป้องกันไม่ให้ผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ถูกทำลายจากอาหารรสจัด            การรับประทานกล้วยที่เพิ่งเริ่มสุกหรือกล้วยห่ามจะช่วยแก้อาการท้องเสียได้ อีกทั้งยังเพิ่มกากอาหารเวลาถ่ายอุจจาระทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น กล้วยที่มีอายุกึ่งดิบกึ่งสุกนี้สารอาหารหลายตัวที่สูงกว่ากล้วยในช่วงอายุอื่นๆ โดยจะมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาระดับน้ำในร่างกายได้ และยังมีสารเซโรโทนินที่ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย            หากรับประทานกล้วยที่สุกพอดี กล้วยสุกจะช่วยเป็นยาระบายและแก้อาการท้องผูกได้ เนื่องจากในกล้วยสุกมีสารเพ็กตินอยู่มาก สารเพ็กตินมีฤทธิ์ช่วยในการระบายท้อง แต่มีข้อระมัดระวังคือควรเคี้ยวกล้วยให้ละเอียด เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแป้งซึ่งเป็นสารจำพวกคาร์โบไฮเดรตอยู่ถึง 20 -25 % หากเคี้ยวไม่ละเอียดจะส่งผลให้กระเพาะอาหารและลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด…
Read more