ลดอ้วนด้วยอัลมอนด์

    ‘เมื่อท้องมันหิว ก็คงต้องกิน’ แต่ของที่เลือกกินแต่ละครั้งก็มีผลกระทบต่อเข็มที่ชี้น้ำหนักบนตาชั่งเสียเหลือเกิน แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร ให้ยังสามารถตามใจปากและท้องไปได้ในเวลาเดียวกัน วันนี้เราจึงอยากจะขอนำเสนออาหารว่างที่จะช่วยให้คุณอิ่มท้องแบบไม่ต้องกลัวอ้วนกัน จะเป็นอะไรนั้น ตามมาเลยค่ะ

    อาหารว่างที่สามารถตอบโจทย์ความหิวแต่ก็ยังไม่ทำให้น้ำหนักของคุณเปลี่ยนแปลงมากเกินไป ที่เราจะขอกล่าวถึงในที่นี้ก็คือ ถั่วชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า “อัลมอนด์” นั่นเองค่ะ แต่นอกเหนือจากการเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังพบประโยชน์อีกมากมายอยู่ในถั่วชนิดนี้อีกด้วย

ลดอ้วนด้วยอัลมอนด์
ภาพจาก : http://www.telegraph.co.uk/health/healthnews/10437145/Women-who-eat-nuts-less-likely-to-develop-pancreatic-cancer.html ลดอ้วนด้วยอัลมอนด์


    อัลมอนด์ เป็นถั่วชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อย หวาน มัน และถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งถึงแม้ว่าอัลมอนด์จะมีสารอาหารประเภทไขมันในปริมาณที่สูง แต่ไขมันจากอัลมอนด์ก็ถือเป็นไขมันที่ดี และจำเป็นต่อกระบวนการทำงานของร่างกาย

    อัลมอนด์ อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งไขมันที่อยู่ในถั่วชนิดนี้จะประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid) และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid) ซึ่งกรดไขมันทั้งสองนี้สามารถช่วยเพิ่มระดับไขมันดี HDL (High-Density Lipoproteins) และช่วยลดระดับไขมันเลว LDL (Low-Density Lipoproteins) ในกระแสเลือดของเราได้ ซึ่งการที่มีการเปลี่ยนแปลงของไขมันดีและไขมันเลวในร่างกายเช่นนี้ ย่อมส่งผลให้ลดการสะสมของคอเลสเตอรอลตามผนังหลอดเลือด หรือตามเส้นเลือดที่เชื่อมต่อไปยังหัวใจและสมอง แต่จะช่วยคอเลสเตอรอลเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนหลุดออกไปจากผนังหลอดเลือด และส่งไปยังตับเพื่อกำจัดออกจากร่างกายแทน รวมไปถึงเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการลิ่มไขมันอุดตันในหลอดเลือด จนขัดขวางการไหลเวียนของกระแสเลือด และมีผลเสียรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตได้

ลดอ้วนด้วยอัลมอนด์
ภาพจาก : http://www.livestrong.com/article/447659-is-it-safe-to-eat-raw-almonds-during-pregnancy/ ลดอ้วนด้วยอัลมอนด์


    ผลการวิจัยจากสถาบันชั้นนำทั้งในยุโรปและอเมริกายืนยันว่า การรับประทานอัลมอนด์เพียงวันละ 1 หยิบมือ สามารถช่วยลด LDL ได้ถึง 4.4% แต่ถ้าเพิ่มปริมาณการรับประทานเป็น 2 หยิบมือต่อวัน จะช่วยลด LDL ได้ถึง 9.4% ส่วนผลวิจัยจาก Nation Cholesterol Education Program ที่มีการทดลองให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานอาหารที่มีและไม่มีอัลมอนด์ประกอบอยู่ ก็ได้บทสรุปออกมาในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างที่มีการบริโภคอัลมอนด์มากขึ้นจะช่วยให้ระดับ LDL ลดลง ในขณะที่ระดับ HDL เพิ่มขึ้นแทน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานอัลมอนด์เป็นอาหารเสริมติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปี โดยกำหนดให้ 6 เดือนแรกรับประทานอาหารตามปกติ ส่วน 6 เดือนหลังให้รับประทานอัลมอนด์ในช่วงระหว่างมื้ออาหารในปริมาณประมาณ 52 กรัมต่อวัน ผลทดสอบพบว่า กลุ่มตัวอย่างเหล่านี้มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น ส่วนกรดไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอลและน้ำตาลลดลง ซึ่งส่งผลในการช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเบาหวานได้สูงถึง 30 – 50%

    ส่วนผลจากการศึกษาของ American Journal of Clinical Nutritional พบว่าการรับประทานอัลมอนด์แทนการอดอาหารหรือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ จะมีผลในแง่ของการได้รับสุขภาพที่ดีมากกว่า ในขณะที่การศึกษาจาก International Journal of Obesity กล่าวไว้ว่า คนที่ควบคุมอาหารร่วมไปกับการรับประทานอัลมอนด์ในปริมาณ 70 เมล็ดต่อวัน จะช่วยให้สามารถลดรอบเอวได้ถึง 7 นิ้ว ซึ่ง มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานอัลมอนด์ถึง 2 นิ้ว ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะว่า การรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการรับประทานขนมจุบจิบที่ไม่มีประโยชน์ไปได้นั่นเองค่ะ


    นอกจากประโยชน์ในการควบคุมปริมาณกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การลดลงของระดับน้ำตาล หรือการลดความอ้วนแล้ว ในเมล็ดอัลมอนด์ยังอุดมไปด้วยใยอาหาร โปรตีน แมกนีเซียม โปแทสเซียม วิตามินบี วิตามินอี และโอเมก้า 3 ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น การได้รับสารอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นนี้ จะช่วยในการเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอทั้งในบริเวณผิวหนังหรือเส้นผม ทั้งยังมีส่วนช่วยการชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าอัลมอนด์มีประโยชน์เสียมากมายหลายด้านขนาดนี้แล้ว ก็ใช่จะรับประทานแต่เพียงอัลมอนด์อย่างเดียว จนหลงลืมที่จะรับประทานอาหารในมื้ออื่นๆไปหรอกนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้เราขาดสารอาหารในส่วนอื่นๆที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว การรับประทานอัลมอนด์ในปริมาณที่มากเกินขนาด ก็ส่งผลให้เราได้รับพลังงานเกินกว่าที่เราต้องการได้เช่นกัน และแทนที่ถั่วชนิดนี้จะกลายเป็นเครื่องมือในการลดน้ำหนัก กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้น้ำหนักตัวของคุณพุ่งสวนทางกลับขึ้นไปเสียเปล่าๆ


ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงอาจกล่าวได้ว่า อัลมอนด์จัดเป็นอาหารที่ได้รับการแนะนำให้รับประทานเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ควบคุมความหิว หรือลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี โดยสามารถรับประทานถั่วชนิดนี้ทดแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ขนมหวาน หรือขนมขบเคี้ยวได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากสามารถควบคุมปริมาณการบริโภคได้อย่างพอเหมาะพอดี แถมยังช่วยให้คุณได้รับคุณค่าจากธรรมชาติไปแบบเต็มๆอีกด้วย รู้เช่นนี้แล้วอย่ารอช้า รีบไปหาอัลมอนด์มาทานเล่นกันดีกว่า ถ้ายังอยากจะมีหุ่นดีและสุขภาพดีไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *