บำรุงสายตาบ้างนะ

     ทุกวันนี้คุณใช้สายตาวันละกี่ชั่วโมง และกี่ชั่วโมงที่จะต้องนั่งจดจ้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แลปทอป แท็บเลต หรือสมาร์ทโฟน ซึ่งการใช้ชีวิตใกล้ๆกับอุปกรณ์เหล่านี้ ล้วนมีผลให้สุขภาพทางสายตาแย่ลงเรื่องๆแบบไม่รู้ตัว บางคนอาจจะสายตาสั้น บางคนก็สายตายาว หรือบ้างก็อาจเกิดอาการแสบตา เคืองตาได้ ทั้งนี้ ก็มาจากเหตุผลการใช้สายตาอย่างหนักหน่วงเกินไปนั่นเอง

บำรุงสายตาบ้างนะ
ภาพจาก : http://www.irondaleinn.com บำรุงสายตาบ้างนะ

    เพราะเราต้องใช้สายตาทุกวัน การหมั่นบำรุงสายตาอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย หากเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและสามารถบำรุงสายตาได้ดี ก็คงจะช่วยให้ทุกการมองเห็นแจ่มชัดและไม่มีปัญหาทางสายตาได้

    ดังนั้นสิ่งที่ควรจะต้องเรียนรู้ต่อไป ก็คือ ชนิดของสารอาหารที่จะช่วยในการบำรุงสายตา ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ลูทีน หรือซีแซนทีน ว่าแต่..คุณรู้จักสารอาหารพวกนี้มากพอแล้วหรือยัง

    หลายคนคงคุณเคยกันดีกับวิตามินเอ (Vitamin A) สารอาหารสำคัญในอาหารบำรุงสายตา แต่สำหรับสารอาหารอย่างลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin) นั้นมันคืออะไรกันแน่ เรามาไขข้อข้องใจไปพร้อมกันตอนนี้เลยดีกว่าค่ะ

    ลูทีน และ ซีแซนทีนเหมาะสำหรับคนที่ห่วงใยในสุขภาพสายตาอย่างจริงจัง หรือเป็นคนที่ต้องทำงานโดยใช้สายตามากๆ เช่น ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆในแต่ละวัน ต้องทำงานอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า ต้องขับรถกลางคืนบ่อยๆและมักจะถูกแสงจากไฟรถที่วิ่งสวนสาดเข้าตา หรือดารานักแสดงที่ต้องเจอกับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป เป็นต้น

 

    สารอาหารลูทีนและซีแซนทีน จะพบอยู่มากในจุดรับภาพของดวงตาคนเรา สารอาหารทั้งสองจะช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีจากภายนอกไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นต่อดวงตาของเรา และยังช่วยปกป้องการถูกทำลายของเซลล์จอประสาทตา ดังนั้นหากสามารถเลือกรับประทานสารลูทีนและซีแซนทีนได้มาก ก็จะยิ่งเพิ่มด้านดีในการบำรุงสายตามากขึ้นไปอีก

 

บำรุงสายตาบ้างนะ
ภาพจาก : http://news.aapc.com/index.php/2012/11/the-eyes-have-it-routine-vs-medical-eyeexams/ บำรุงสายตาบ้างนะ


    ที่นี้เรามาดูกันดีกว่าว่าอาหารชนิดใดที่มีสารอาหารที่สำคัญต่อดวงตาบ้าง

    1. ผักบุ้ง ผักที่ไม่ได้มีดีแค่เป็นอาหารเต่า

    ผักบุ้งเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน A วิตามิน C รวมถึงเบต้า-แคโรทีน ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการบำรุงสายตา คนไหนที่ชอบกินผักบุ้งบ่อยๆจะไม่ค่อยปวดตา แสบตา หรือมีอาการสายตาสั้นได้ แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องรับประทานแบบลวกหรือต้มจะดีกว่าการผัดผักบุ้งไฟแดงที่มีน้ำมันสูง แต่ถ้าทานดิบๆได้จะมีประโยชน์มากที่สุดเลย

    2. ตำลึง ผักริมรั้วที่ไม่ควรมองข้าม

    แม้ว่าตำลึงจะดูเป็นผักทั่วไปที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็มีคุณค่าทางอาหารสูง ตำลึงจัดเป็นผักที่มีบีตาแคโรทีนดีที่สุด ซึ่งสารตัวนี้มีหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา และช่วยป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่ถูกแสงออกซิไดซ์ได้ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันการเกิดต้อได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นสารต้านออกซิเดชัน ซึ่งลดความเสียหายจากการที่สารอนุมูลอิสระทำลายอวัยวะภายในร่างกายได้อีกด้วย

    3. ฟักทอง ราชรถบำรุงสายตา

    ฟักทอง เป็นพืชที่ไม่ได้มีดีแค่ประโยชน์ในการบำรุงสายตาเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความสามารถของระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต และสร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว นอกจากนี้ในฟักทองก็มีสารลูทีน ที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินาได้ด้วย แถมพ่วงไปด้วยมีวิตามินเอที่ช่วยรุงสายตา และเบตาแคโรทีนที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการต้านโรคได้สูง

    4. แครอท กรุบกรอบพร้อมสารอาหาร

    แครอทถือเป็นพืชที่มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม ไม่เพียงนั้น แครอทยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด ที่สำคัญคือวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการบำรุงดวงตา บำรุงผิว และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี

    5. มะม่วงสุก หวานแต่มีประโยชน์

    ในมะม่วงสุกจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ที่ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยให้ผิวพรรณ บำรุงเหงือกและฟัน ลดสิว และปกปิดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดี

    6. มะละกอสุก ประโยชน์คู่ความอร่อย
มะละกอแสนอร่อยที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลากชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 แคลเซียม และเบต้าแคโรทีน การรับประทานมะละกอสุกเป็นประจำจึงช่วยให้ผิวพรรณดูดี ลดริ้วรอยก่อนวัย และที่สำคัญยังมีประโยชน์ในการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

    การดูแลรักษาสุขภาพดวงตาโดยการรู้จักเลือกรับประทานอาหารบำรุงสายตาที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีนและซีแซนทีน จะช่วยให้คุณสามารถมีสุขภาพดวงตาที่สดใสกว่าใครได้ แต่การรับประทานอาหารที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดวงตาที่ดีไปตลอด ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาให้เหมาะสม เช่น ใช้แผ่นกรองแสงกับจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแทปเลต ปรับลดระดับแสงสว่างจากอุปกรณ์ที่มีแสงสว่างให้พอเหมาะ
หรือพักสายตาบ้างสัก 3-5 นาทีระหว่างการทำงาน เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอถนอมสายตาของคุณให้สามารถใช้งานไปได้อย่างยาวนานแล้วละค่ะ