สวยแต่รูป..จูบไม่หอม

         กลิ่นหอมๆที่โชยมาแตะจมูก ย่อมทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกดีและอยากอยู่ใกล้ จึงไม่น่าแปลกใจที่น้ำหอมจะเป็นอีกหนึ่งค่านิยมที่มนุษย์มักใช้ในการปรุงแต่งร่างกายเพื่อเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจให้กับตนเอง แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของความหอมอันน่าหลงใหลนี้ แอบแฝงไปด้วยอันตรายที่ใกล้ตัวสุดๆที่คุณเองก็ยังอาจคาดไม่ถึง

         น้ำหอมทุกชนิดทุกยี่ห้อตั้งแต่ที่ซื้อได้ตามตลาดนัดราคาไม่กี่ร้อยหรือน้ำหอมแบรน์เนมราคาแพงเหยียบหมื่น โดยมากมักมีส่วนผสมของสารเคมีสังเคราะห์ทั้งสิ้น เนื่องจากวัตถุดิบจากธรรมชาติที่นำมาผลิตน้ำหอมนั้นค่อนข้างหายากและมีราคาแพง ประกอบกับองค์การอาหารและยาก็ไม่ได้กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตน้ำหอมใช้ส่วนผสมในน้ำหอมเป็นรายการเดียวกันทั้งหมด ดังนั้น ในน้ำหอมที่ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน จึงมักมีสารเคมีอันตรายเหล่านี้ปรุงแต่งมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านกลิ่นที่หลากหลายเพื่อให้ได้มาซึ่งความหอมอันแตกต่าง ซึ่งสารเคมีที่ใช้อาจเป็นสารสังเคราะห์จำพวกปิโตรเลียม เช่น อนุพันธ์ของเบนซีนและอัลดีไฮด์ (Aldehyde), สารพทาเลท (phthalate), สารพาราเบน (paraben), หรือสารฟีนอล (phenol) เป็นต้น

Switerop-Hobameham-mini-makeovers-new-look-for-a-new-lefe สวยแต่รูป..จูบไม่หอม

ภาพจาก : http://divorcedwomenonline.com/2010/03/08/mini-makeovers-new-look-for-a-new-life/

           ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้เกิด?กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านสุขอนามัย หรือEnvironmental Working Group (EWG)? ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่รวมกลุ่มกันเพื่อปกป้องผู้บริโภคจากสารเคมีอันตรายที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้

           EWG ได้มีการทำการสำรวจผลิตภัณฑ์น้ำหอมและโคโลญจน์ที่มีขายทั่วไปพบว่า น้ำหอมกลิ่นกุหลาบ จัดเป็นกลิ่นที่อันตราย เนื่องจากกลิ่นที่ใช้ไม่ใช่กลิ่นที่สกัดจากดอกกุหลาบแต่อย่างใด แต่เป็นการปรุงแต่งขึ้นมาจากสารเคมีสังเคราะห์หลายๆชนิด ส่วนผสมหรือสารเคมีที่ใช้ปรุงแต่งขึ้นมาเป็นกลิ่นกุหลาบนี้มักถูกปิดบังไม่ให้ผู้บริโภครับรู้ ซึ่งสารเหล่าบางชนิดเป็นสารเคมีอันตรายที่มีผลร้ายแรงต่อสุขภาพกายของผู้บริโภค

           นอกจากนี้ EWG ยังได้จัดกิจกรรมการรณรงค์เรื่อง”เครื่องสำอางปลอดภัย” เพื่อตรวจสอบหาสารเคมีที่ใช้ในเครื่องสำอางแต่ไม่ปรากฏบนฉลากของผลิตภัณฑ์ โดยว่าจ้างให้ห้องปฏิบัติการอิสระภายนอกทำการตรวจสอบน้ำหอมชั้นนำจำนวน 17 ยี่ห้อ ผลการทดสอบพบว่า ในน้ำหอมที่นำมาตรวจสอบมีสารเคมีไม่ทราบชนิดหรือสารเคมีลับที่ไม่ระบุอยู่ข้างบรรจุภัณฑ์มากถึง 38 ชนิดซึ่งพบทั้งในแบรนด์ดังๆอย่าง American Eagle Seventy Seven, Chanel coco, Britney Spears Curious และ Giorgio Armani

           ส่วนประกอบอันตรายในน้ำหอมที่ส่งผลเสียต่อร่างกายนั้นมีหลายชนิด โดยหากเป็นสารในกลุ่ม ?พทาเลท, พาราเบน, โพลีไซคลิก/ไนโตร มาร์ค” สามารถกระตุ้นให้การเกิดโรคมะเร็งเต้านมในคุณผู้หญิงได้หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆหลายปี โดยสารพทาเลทและสารพาราเบนที่ผสมกันอยู่นี้มีคุณสมบัติในการสร้างความยืดหยุ่นและช่วยให้กลิ่นหอมติดคงทน แต่เมื่อพิจารณาถึงอันตรายที่แอบแฝงอยู่จะพบว่าสารทั้งสองส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนในร่างกาย โดยจะไปรบกวนการผลิตฮอร์โมนตามธรรมชาติ ทำให้เกิดความไม่สมดุลในร่างกาย ส่วนสารโพลีไซคลิก/ไนโตร มาร์คมีคุณสมบัติในการตกค้างในร่างกายอย่างยาวนานมากรวมทั้งสะสมได้ดีมากในสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะสะสมในเนื้อเยื่อไขมัน และเต้านม อันจะนำพาโรคร้ายเข้ามาสู่คุณได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สารสังเคราะห์จำพวกปิโตรเลียมเคมี สารพทาเลท สารพาราเบน สารฟีนอล ยังอาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด เกิดอาการปวดศีรษะ และโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อได้อีกด้วย
            อย่างไรก็ตาม น้ำหอมที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผู้บริโภคก็ยังคงมีอยู่ โดยจะเป็นน้ำหอมที่สกัดจาก “ธรรมชาติ และสารอินทรีย์” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยนำหอมประเภทนี้มักได้มาจากส่วนประกอบจากพืชธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นใบ ลำต้น ดอก หรือเปลือก ตัวอย่างพืชที่สามารถนำมาสกัดเป็นกลิ่นหอมได้ เช่น มะกรูด ดอกพุด ดอกมะลิ ดอกไม้สีส้ม เครื่องเทศ วนิลา และลาเวนเดอร์ เป็นต้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากยาฆ่าแมลงและสารปนเปื้อนที่อาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ เนื่องจากน้ำหอมเหล่านี้สกัดได้จากโมเลกุลของพืชที่ไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลง และแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในน้ำหอมก็ได้มาจากการหมักเมล็ดธัญพืชตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อย่างรุนแรง เนื่องจากน้ำหอมประเภทนี้อาจมีแร่ธาตุที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายและอาการระคายเคืองได้

Switerop-Hobameham สวยแต่รูป..จูบไม่หอม

ภาพจาก : http://www.zayyans.com/

            ถึงแม้ว่าน้ำหอมที่ได้จากสารเคมีสังเคราะห์จะมีประโยชน์ในแง่ของการใช้งานที่ค่อนข้างหลากหลาย และสามารถทดแทนกลิ่นหอมบางชนิดที่มนุษย์ไม่สามารถกลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหยออกมาจากธรรมชาติได้ แต่ผู้บริโภคก็จะต้องเพิ่มความเสี่ยงในการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ผลิตให้ความสำคัญในการระบุส่วนผสมในฉลากข้างขวดหรือเพิ่มหมายเหตุว่าน้ำหอมดังกล่าวนี้สกัดจากธรรมชาติหรือมีส่วนผสมของสารเคมีสังเคราะห์ น่าจะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคให้สามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการแบบไหนมากกว่ากัน

           แม้ว่าน้ำหอมจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและช่วยสร้างเสน่ห์ให้แก่คุณ แต่ก็อย่ามองข้ามโทษหรืออันตรายที่แอบแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน การจะเลือกใช้น้ำหอมสักขวดนั้นควรที่จะศึกษาฉลากที่บ่งชี้ส่วนประกอบภายในควบคู่ไปกับการทดสอบกลิ่นหอมที่โดนใจด้วย เพราะหากว่าน้ำหอมที่เลือกซื้อมามีกลิ่นหอมที่ถูกใจแล้ว แต่ก็ประกอบไปด้วยสารอันตรายที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ก็คงไม่คุ้มค่าที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงอย่างแน่นอน