ความคิดผิดๆเกี่ยวกับการดื่มเหล้า

    เครื่องดื่มมึนเมาที่เรียกว่า “เหล้า” เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นอบายมุข และไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มากนัก เพราะการดื่มเหล้าไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากสักเท่าไร สิ่งที่เครื่องดื่มชนิดนี้สามารถมอบได้ก็คงจะเป็นเพียงความมึนเมาหรือความสุขเพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่หลังจากที่คุณฟื้นตัวจากความมึนงงแล้ว ก็คงต้องกลับสู่ความเป็นจริงอีกครั้งอยู่ดี

    อย่างไรก็ตาม คนบางคนก็ยังพยายามหาข้อดีให้แก่มันอยู่ดี ทั้งนี้ ก็เพื่อเอาไว้ใช้ปลอบตัวเองไม่ให้รู้สึกผิดเวลาต้องดื่มมันนั่นเอง มาดูกันดีกว่าว่าความเชื่อที่ไม่ถูกต้องมีอะไรกันบ้าง

ความคิดผิดๆเกี่ยวกับการดื่มเหล้า
ภาพจาก : http://soberandcleanlife.com/can-alcoholic-drink-moderation-successfully/ ความคิดผิดๆเกี่ยวกับการดื่มเหล้า


1. ดื่มเพื่อสุขภาพ

    ในความเป็นจริงแล้ว ทีมนักวิจัยย้ำว่า ประโยชน์จากการดื่ม อาจจะเกิดขึ้นเฉพาะกับคนผิวขาว หรือคนตะวันตกเท่านั้น ที่สำคัญหากจะดื่มเหล้าให้ได้ผลในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ก็จะพบกับคนที่มีอายุตั้งแต่ 40-45 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น ซึ่งยังไม่เคยมีงานวิจัยชิ้นใด หรือคุณหมอท่านใดบอกว่าการดื่มแบบนี้จะมีประโยชน์กับคนไทย
ที่สำคัญไปกว่านั้น ต้องไม่ลืมด้วยว่า ตลอดเส้นทางที่แอลกอฮอล์สัมผัสกับอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย โรคต่างๆก็สามารถเดินทางเข้ามาหาคุณได้ตลอด และถึงแม้จะไม่ได้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก็จริง แต่ก็สามารถเป็นโรคอื่นๆทดแทนได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าอยากมีสุขภาพดี ควรออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอจะเป็นหนทางที่ดีกว่า เพราะเหล้าไม่ได้ช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นอย่างที่ใครหลายคนคิด

2. ดื่มให้เป็นไม่มีเมา

    การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผลต่อความมึนเมานั้น ไม่ได้มาจากผลของแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากอีกหลายกลไก เช่น ภาวะขาดน้ำตาลในเลือดต่ำ ผลจากภาวะขาดน้ำ การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนบางชนิด และผลจากการขาดวิตามินบีชั่วคราว เป็นต้น นอกจากนั้น สารเคมีจากวัตถุดิบในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ ก็ยังมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางได้เช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเกลือแร่ ดื่มกาแฟหรือน้ำชา กินวิตามิน สมุนไพร หรือฮอร์โมน รับประทานผลไม้รสหวาน หรือกลูโคส รวมถึงการออกกำลังกายเรียกเหงื่อ ก็ไม่สามารถบรรเทาอาการเมาได้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ก็คือ การหยุดดื่ม เท่านั้นเอง

3. ดื่มเหล้าแก้หนาว

    เมื่อถึงฤดูหนาว ดื่มหลาย ๆคนก็ต่างพากันตบเท้าเดินทางเข้าหาลานเบียร์กันเสียยกใหญ่ และเชื่อว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายอบอุ่น และนอนหลับสบายมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลไกที่ทำให้ร่างกายรู้สึกถึงความอบอุ่น เกิดมาจากความบกพร่องในการกำจัดสารอะเซทัลดีไฮด์ให้เป็นกรดอะซิติก จึงทำให้เกิดการคั่งของสารอะเซทัลดีไฮด์ซึ่งมีความเป็นพิษสูง พูดง่ายๆ คือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นการเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย แต่ฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ทำให้ความร้อนสามารถระบายออกจากร่างกายได้มากขึ้นนั่นเอง

4. การดื่มเหล้าช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

    การดื่มเหล้าไม่มีทางเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ แต่ยิ่งดื่มมากกลับยิ่งทำให้ของที่มีเสื่อมลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัว และความต้องการทางเพศลดลง นอกจากนั้น คุณหมอหลายๆ ท่านยังบอกอีกว่า ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีภาวะติดสุรา มักมีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศพ่วงมาด้วย บางรายต้องใช้เวลาบำบัด งดดื่มสุราหลายปีถึงจะดีขึ้น แต่บางรายรุนแรงถึงขั้นเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถาวร เพราะด้วยกลไกชั้นเลิศของสุรา ที่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนของเรา และยังเป็นพิษต่ออวัยวะต่างๆ ร่วมถึงก่อให้เกิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย เช่น ลืมสวมถุงยางอนามัย การเปลี่ยนคู่นอน ข่มขืน นำไปสู่การตั้งครรภ์ หรือติดเชื้อ HIV ด้วย

5. ดื่มอย่างมีสติไม่ผิดตรงไหน

    การที่ผู้ผลิต หรือหลายๆฝ่ายออกมารณรงค์บอกว่า ดื่มน้อยๆ ดื่มอย่างมีสติ ดื่มแล้วไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อเหล้าเข้าปาก เมื่อนั้นจะค่อยๆ ขาดสติ และการจะบอกได้ว่า ดื่มในปริมาณเท่าไรถึงจะปลอดภัย เป็นสิ่งที่ยากมาก แต่ละคนมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ทั้งสภาพร่างกาย ความถี่ในการดื่ม วิธีดื่ม รูปแบบการดื่ม แม้ว่าจะรู้ตัวว่าดื่มแล้วไม่รู้สึกมึนหรือเมา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากปัญหาต่าง ๆ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นสินค้าไม่ธรรมดาที่มีความเป็นเลิศในการทำลายสติ ความยั้งคิดของผู้ดื่มด้วย

    นี่เป็นตัวอย่างของความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวข้องกับการดื่มเหล้าของคนในยุคปัจจุบัน ที่อาจจะเป็นความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดกันมาตั้งแต่ในอดีต ความเชื่อเก่าๆถูกปลูกฝังซ้ำๆลงไปในสมองของมนุษย์ ซึ่งยากเหลือเกินที่จะเปลี่ยนความคิดของคนเหล่านี้ได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ให้มากนัก หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงไปเลยจะดีกว่า เพราะไม่ใช่แค่คุณคนเดียวเท่านั้น ที่จะต้องมาทนรับกับผลลัพธ์ด้านลบของสุรา แต่ยังมีคนรอบข้างอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ที่บางครั้งจะต้องเข้ามารับกรรมที่คุณก่อร่วมด้วย ดังนั้น การหันไปดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นๆที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดมากกว่า