กลิ่นปาก..ลำบากจมูก

ลมหายใจที่หอมสดชื่นย่อมช่วยดึงดูดให้คนอยากเข้าใกล้ แต่หากหายใจออกมาแล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ก็ย่อมเป็นที่น่ารังเกียจ มีแต่คนเบือนหน้าหนี และคงไม่มีใครอยากพูดด้วยเป็นแน่
คนส่วนใหญ่มักพบปัญหาในเรื่องกลิ่นปากแบบที่ตัวเองไม่รู้ตัว หรืออาจคาดการณ์ได้ว่าประมาณ 40% ของประชากรมีปัญหากลิ่นปากแบบเรื้อรัง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ คนรอบข้างก็มักจะรู้สึกลำบากใจที่จะบอกว่าคุณนั้น

?ปากเหม็น?

ดังนั้น การเช็คลมหายใจของตนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ตราบใดที่คุณยังเป็นสัตว์สังคม ที่ต้องพบปะและผู้คุยกับบุคคลรอบข้างอยู่เสมอ ซึ่งวิธีการตรวจสอบกลิ่นปากของตนก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ลองใช้มือปิดปากและจมูก จากนั้นให้พ่นลมหายใจออกมาและสูดดมกลิ่นปากของตนกลับเข้าไป หากรู้สึกเหม็นจนทนไม่ได้ ก็คงเป็นคำตอบให้คุณรับรู้แล้วว่า คุณเริ่ม

?มีกลิ่นปาก?

แล้วละ

กลิ่นปาก..ลำบากจมูก
ภาพจาก : http://puhia.com/?nav=70,2&id=7486
กลิ่นปาก..ลำบากจมูก

สาเหตุการเกิดกลิ่นปากเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย โดยปัจจัยแรกจะเกี่ยวข้องกับอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งกลุ่มของอาหารที่จะส่งผลต่อลมหายใจ เช่น เครื่องเทศ กระเทียม หัวหอม สะตอ ปลาร้า เป็นต้น เนื่องมาจากอาหารที่กล่าวมานี้มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างแรง ทำให้ผู้ที่บริโภคเข้าไปได้รับกลิ่นติดปากตามไปด้วย นอกจากนี้ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อกลิ่นปากแบบเฉพาะตัวได้เช่นกัน
แต่หากกลิ่นปากเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นเฉพาะในแต่ละบุคคล จะมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายในช่องปาก การมีคราบอาหารหรือแบคทีเรียเข้าไปเกาะตัวและสะสมบนผิวฟัน กระพุ้งแก้ม หรือลิ้นโดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้น จะทำให้ลมหายใจไม่หอมสดชื่นได้ เนื่องจากแบคทีเรียเหล่านี้จะผลิตสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นที่ค่อนข้างเหม็นอย่างไฮโดรเจนซัลไฟด์และเมธิลเมอร์แคบแทนขึ้นมา จนทำให้คนรอบข้างรับรู้ได้ถึงกลิ่นเหม็นนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังอาจมีสาเหตุมาจากอาการฟันผุ ทำให้มีเศษอาหารติดค้างอยู่ในรูฟัน อาหารเหล่านี้จะบูดเน่าและทำให้เกิดกลิ่น หรือหากมีอาการฟันผุรุนแรงจนถึงขั้นทะลุถึงโพรงประสาทฟัน จะทำให้เกิดหนองที่ปลายรากฟัน ซึ่งมีกลิ่นที่รุนแรงมากเช่นกันและเป็นปัญหาที่ต้องรีบได้รับการแก้ไขโดยด่วน
กลิ่นปากไม่ได้เกิดมาจากสาเหตุภายในช่องปากเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากความผิดปกติของระบบอื่นๆภายในร่างกาย เช่น โรคโพรงจมูกอักเสบ (ไซนัสอักเสบ) ที่ทำให้มีหนองหรือของเหลวอยู่ในโพรงอากาศของกระดูกบริเวณใบหน้า จนทำให้มีกลิ่นออกมาทางจมูกหรือปากขณะหายใจ และขณะพูด หรืออาการของโรคมะเร็งที่โพรงจมูกก็จะมีกลิ่นและหนองไหลออกจากจมูกเช่นกัน ส่วนโรคทอนซิลอักเสบก็ส่งผลให้มีกลิ่นปากได้เช่นกัน แต่อาการจะหายไปได้เองเมื่ออาการทุเลาลง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับปอดอย่างวัณโรคหรือมะเร็งปอด ก็ทำให้ลมหายใจไม่หอมสดชื่นและมีกลิ่นเหม็นได้ และสุดท้ายคือผู้ป่วยที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหาหรือมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ก็มักจะเกิดลมจากกระเพาะและส่งกลิ่นเหมือนอาหารบูดตามออกมาด้วยได้เช่นกัน
กรณีที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเผชิญกับปัญหาด้านกลิ่นปากอยู่ ให้เริ่มต้นจากการแปรงฟันหรือทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดหมดจดเสียก่อน หากยังรู้สึกว่ากลิ่นปากยังคงเป็นปัญหาอยู่ ให้ลองไปปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อให้ช่วยหาสาเหตุของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้และหาทางแก้ไขร่วมกัน

?กลิ่นปาก?

ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ วิธีการดูแลรักษาช่องปากสามารถทำได้ด้วยตัวของคุณเอง โดยเริ่มต้นจากการแปรงฟัน ยาสีฟันที่ใช้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยหากต้องการกำจัดกลิ่นปากให้ได้ผลดี ควรใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันแบคทีเรียที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำสะอาดบริเวณซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง นอกจากนี้ อย่าลืมที่จะแปรงลิ้นด้วยแปรงหรือเครื่องขูดลิ้นเพราะบริเวณลิ้นจัดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นปากที่สำคัญมากที่หนึ่ง และบริเวณลิ้นมักเป็นที่ๆคนส่วนใหญ่หลงลืมที่จะทำความสะอาด เพราะมัวแต่คิดว่าจะต้องทำความสะอาดฟันให้ดีที่สุด ซึ่งจุดนี่เองส่งผลให้เกิดการสะสมตัวของแบคทีเรียจนกลายเป็นกลิ่นเหม็นๆในที่สุด

กลิ่นปาก..ลำบากจมูก
ภาพจาก : http://voolle.wordpress.com/2012/06/23/good-bacteria-for-your-mouth/
กลิ่นปาก..ลำบากจมูก

แต่สำหรับบางคน การแปรงฟัน ขัดฟัน หรือทำความสะอาดลิ้น อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มีลมหายใจที่หอมสดชื่นได้ เนื่องมาจาก ปัญหาในช่องปากอื่นๆ เช่น ปัญหาโรคเหงือก ฟันผุ ปากแห้ง หรือมีหินปูนสะสมจำนวนมาก เป็นต้น ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขโดยการอุดฟัน รักษารากฟัน หรือขูดหินปูน ตามแต่สาเหตุที่เป็น หากเป็นรุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ ก็อาจต้องถอนออกแล้วใส่ฟันปลอมทดแทน แต่หากเป็นโรคอื่นๆไม่เกี่ยวข้องกับช่องปาก แต่เกี่ยวข้องกับอวัยวะอย่างอื่นอย่างโพรงจมูก ปาก หรือกระเพาะอาหารก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเฉพาะโรคนั้นๆให้หายเป็นปกติ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณกลับมามีลมหายใจที่หอมสดชื่นดังเดิมได้
จะเห็นได้ว่า การมีกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย หากขาดการดูแลเอาใจใส่อวัยวะภายในช่องปากหรือภายในร่างกายที่ดี ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้แน่นอน