ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ

?ยาคูลท์?

เครื่องดื่มยอดฮิตที่ใครหลายๆคนตกหลุมรัก และอดใจไม่ไหวที่จะซื้อมาดื่มรับประทานกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยเสริมระบบการขับถ่ายในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เครื่องดื่มขวดเล็กขวดนี้ยังมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก และเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านาน

ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ
ภาพจาก : http://www.bkkparttime.com
ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ

เคล็ดลับของการช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายโดยเฉพาะในส่วนของลำไส้ใหญ่ อยู่ตรงที่ส่วนประกอบภายในเครื่องดื่มชนิดนี้ เนื่องมาจากยาคูลท์จัดเป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ตัวเล็กๆแต่ให้ประโยชน์มากมายนับพันล้านตัว จุลินทรีย์เหล่านี้ล้วนยังมีชีวิตและได้มาจากการหมักนมกับน้ำตาลกลูโคส โดยชนิดของจุลินทรีย์ที่ใช้ในยาคูลท์มีชื่อว่า

?แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า?

ที่จะมีความพิเศษตรงที่นอกจากจะให้รสเปรี้ยวเหมือนกับนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตทั่วไปแล้ว การรับประทานยาคูลท์ยังเป็นการเพิ่ม

?โพรไบโอติก (Probiotics)?

ที่มีประโยชน์ให้แก่ร่างกายได้อีกด้วย

??????? โพรไบโอติก (Probiotics) จัดเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งหมายถึง แบคทีเรียที่ยังอยู่ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ และถูกเติมลงในอาหารเพื่อสร้างคุณสมบัติบางประการที่เป็นประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย เมื่อรับประทานโพรไบโอติกด้วยปริมาณที่พอเหมาะ จุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภคให้ดีขึ้น โดยจะช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมภายในลำไส้ ทำให้จุลินทรีย์ชนิดดีหรือจุลินทรีย์สุขภาพเกาะติดกับผนังลำไส้และเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ในเวลาเดียวกัน ก็ช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่ไม่ดีหรือจุลินทรีย์ก่อโรคเพิ่มจำนวนจนมาทำร้ายร่างกายเราได้ นอกจากนี้ จุลินทรีย์ตัวนี้ยังมีประโยชน์ในด้านการช่วยย่อยอาหาร ลดอาการท้องผูก กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายหรือลดการติดเชื้อภายในระบบทางเดิทนอาหารและระบบขับถ่ายได้ดีอีกด้วย มากไปกว่านั้น งานวิจัยของมหาวิทยาลัยลาฟเบอเรอแห่งสหราชอาณาจักร ยังพบว่าการดื่มยาคูลท์เป็นประจำทุกวันสามารถลดการเกิดไข้หวัดที่เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพที่ลดลงของระบบภูมิคุ้มกันได้ดีอีกด้วย

ในปัจจุบัน ไม่ได้มีแต่ยาคูลท์เท่านั้นที่มีการเติมโพรไบโอติกเพื่อเพิ่มประโยชน์ทางสุขภาพ แต่นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตยี่ห้ออื่นๆก็ล้วนแต่มีการใช้จุลินทรีย์เพื่อเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายทั้งสิ้น แล้วแต่ว่าจะใช้จุลินทรีย์ชนิดใด หรือสายพันธุ์ไหนก็เท่านั้นเอง ซึ่งจุลินทรีย์แต่ละสายพันธุ์ก็มีคุณสมบัติในการทนต่อสภาวะต่างๆได้แตกต่างกัน บางชนิดก็มีความสามารถในการทนกรดในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี หรือบางชนิดก็สามารถทนต่อด่างจากน้ำดีได้ดีเช่นกัน ซึ่งการจะคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อเติมลงไปในเครื่องดื่มประเภทนี้ ก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ทางการค้าของผู้ขายว่าอยากชูจุดเด่นในด้านใดเป็นหลัก

ส่วนประกอบอื่นๆนอกเหนือจากจุลินทรีย์ที่หลายคนให้ความสำคัญกัน ก็คือ ?นมขาดมันเนยและน้ำตาล? สองส่วนผสมนี้ถือเป็นส่วนผสมหลักที่จะทำให้เกิดเป็นเครื่องดื่มนมเปรี้ยวขึ้นมาได้ โดยกระบวนการผลิตยาคูลท์จะต้องมีการใช้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อผลิตภัณฑ์ ความร้อนที่น้ำนมและน้ำตาลได้รับ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีของผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างไปจากเดิม ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากการทำปฏิกิริยาของกรดอะมิโนในนมและน้ำตาล สีของนมจึงเปลี่ยนจากสีขาวไปเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ เรียกปฏิกริยาทางเคมีนี้ว่า ?ปฏิกิริยาคาลาเมลไรเซชั่น (Caramelisation)? ซึ่งนอกจากสีที่เปลี่ยนไปแล้ว ปฏิกิริยาทางเคมียังทำให้เกิดกลิ่นรสที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวมันเองด้วย ส่วนรสชาติก็เกิดมาจากองค์ประกอบของน้ำตาลที่เติมลงไป ผสมกันกับกระบวนการหมักนมด้วยจุลินทรีย์ ที่จะทำให้เกิดเป็นรสชาติเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ

ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ
ภาพจาก : http://www.yakultthailand.com/th/healthcare.php?article_id=17
ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ

???????? บางคนอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมยาคูลท์จึงมีขนาดบรรจุเพียงรูปแบบเดียวที่ 80 มิลลิลิตร ผิดกับเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้ออื่นๆที่มักจะมีหลากหลายขนาดบรรจุ ซึ่งเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า การรับประทานจุลินทรีย์โพรไบโอติกจำเป็นต้องควบคุมปริมาณให้เหมาะสม เพื่อสร้างสภาวะในการดำรงอยู่ในร่างกายให้สามารถทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ การรับประทานจุลินทรีย์ชนิดนี้ในปริมาณที่มากเกินความพอดีก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในรูปแบบของอาการท้องเสียได้ ดังนั้น การควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ด้วยขนาดบรรจุแบบเดียวแต่มีปริมาณที่เพียงพอ และเหมาะสมในระดับที่จะเกิดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย บวกกับความอร่อยที่ลงตัว จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ในการรับประทานมากที่สุดนั่นเอง

อีกหนึ่งการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็คือ

?รูปแบบของบรรจุภัณฑ์?

ซึ่งไม่ว่าคุณจะเคยรับประทานยาคูลท์มาตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น หรือวัยชรา ก็จะพบว่ารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าขวดยาคูลท์ได้ถูกออกแบบเอาไว้ให้มีลักษณะเป็นคอคอด เพื่อสะดวกในการถือเพื่อดื่มรับประทาน นอกจากนี้ ยังทำให้การลิ้มรสเป็นไปอย่างช้าๆ ไม่ยกซดหมดขวดในคำเดียว เป็นการเพิ่มอรรถรสในการดื่มได้ดีทีเดียว

อย่าลืมว่าการดื่มยาคูลท์ให้ได้ประโยชน์จำเป็นจะต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ในช่วงอุณหภูมิต่ำกว่า10 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีผลทำให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และก็อย่าลืมดูวันหมดอายุข้างขวดก่อนบริโภคด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีอายุในการเก็บค่อนข้างสั้น หากเผลอหลงลืมไว้ในตู้เย็น อาจจะหมดอายุไปก่อนที่จะนึกขึ้นได้ด้วยซ้ำ