การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ

สมาร์ทโฟนทำพิษ

สมาร์ทโฟนทำพิษ

พนักงานออฟฟิศที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือทำงานเอกสารทั้งวันคงมักจะเจอกับปัญหายอดนิยมที่ใครๆก็เป็นกัน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลยแม้แต่น้อย เพราะอาการเหล่านี้บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังหลงลืมที่จะดูแลสุขภาพของตัวเอง

เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องโหมงานหนักทั้งวันทั้งคืนและหลงลืมที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็ย่อมจะทำให้โรคภัยไข้เจ็บมากมายพุ่งเข้ามาสู่คุณได้อย่างง่ายดาย หนึ่งในอาการที่คนออฟฟิตส่วนใหญ่มักต้องเจอ ก็คือ อาการปวดตามต้นคอ ปวดหลัง ซึ่งมักเกิดกับคนที่ต้องนั่งทำงานนิ่งๆ และไม่ค่อยขยับตัวออกไปทำกิจกรรมเท่าไรนัก รวมไปถึงคนที่ชอบก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนทั้งวันทั้งคืน ก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดต้นคอหรือปวดหลังได้ ยิ่งในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกทีๆ ยิ่งทำให้พฤติกรรมของมนุษย์แตกต่างจากอดีตที่เคยเป็นมา และนี่แหละเป็นเหตุผลที่ทำให้มนุษย์เจ็บป่วยจากอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นทุกปีๆ

ในบทความนี้ เราจะขอกล่าวถึงโทษของการที่เราใช้สมาร์ทโฟนที่มากจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่ามีผลกระทบอย่างยิ่งต่อสุขภาพร่างกาย ไม่เพียงแต่สายตาเท่านั้นที่ถูกทำร้ายด้วยแสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟน แต่กล้ามเนื้อหรืออวัยวะอื่นๆก็อาจจะได้รับบาดเจ็บจากการที่เราเคลื่อนไหวร่างกายน้อยกว่าปกติด้วยเช่นกัน โดยวันนี้จะขอหยิบยกท่าทางที่จะส่งเสริมให้เกิดอาการปวดตามต้นคอหรือหลังมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบและพยายามหลีกเลี่ยงท่าทางที่ไม่เหมาะสม เพราะหากต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ก็ต้องรู้จักวิธีการในการควบคุมและใช้ประโยชน์มันอย่างสูงสุด เพื่อป้องกันอาการปวดที่จะตามมาด้วย

ท่าทางที่ไม่เหมาะสมและควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งมีดังนี้ ก่อนอื่นให้ลองสังเกตดูว่า…คุณจำเป็นต้องเอียงศีรษะในขณะที่กำลังกดสมาร์ทโฟนหรือไม่ เพราะจะทำให้ร่างกายบางส่วนต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น และน้ำหนักจะถูกถ่ายเทไปรวมกันไว้ที่กระดูกสันหลัง ซึ่งส่งผลให้กระดูกได้รับน้ำหนักที่ไม่สมดุล และจะทำให้เกิดอาการปวดต้นคอหรือปวดหลังเรื้อรังแบบไม่ต้องสงสัยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่สายตาไม่ดีเวลาเล่นสมาร์ทโฟนทีไรต้องก้มหน้าลงจนแทบจะชิดมือถือ ยิ่งเป็นการทำให้คุณเกิดอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นไปอีก

แล้วท่าทางแบบไหนที่เป็นท่าทางที่เหมาะสมในการเล่นสมาร์ทโฟน ท่าทางที่ดีที่สุด ก็คือ การไม่ก้มหัวมากจนเกินไป หรือพยายามมองตรงขณะเล่น ไม่ควรหลังค่อม การยืดหลังให้ตรงและถือมือถือให้อยู่ในระดับที่พอดีกับสายตาโดยไม่จำเป็นต้องก้มศีรษะ จะเป็นท่าทางที่ดีต่อลักษณะของการจัดเรียงตัวของกระดูกมากที่สุด และทำให้ไม่มีน้ำหนักไปกดทับที่อวัยวะบางส่วนที่มากจนเกินไป เป็นผลทำให้ไม่เกิดอาการปวดเฉพาะจุดนั้นเอง

สุดท้ายแล้วเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันของทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็น นักธุรกิจ พ่อค้าแม่ขายแม่บ้าน นักเรียน หรือแม้แต่คนชรา ก็ล้วนแต่ใช้สมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเพื่อทำงาน หาเงิน หรือเพื่อผ่อนคลายความเครียด เมื่อจำเป็นจะต้องอยู่กับมันก็จำเป็นจะต้องรู้จักท่าทางในการบริหารกล้ามเนื้อที่ถูกต้องเพื่อคลายความปวดในกรณีที่ใช้สมาร์ทโฟนมากจนเกินไป หากเราสามารถที่จะคลายกล้ามเนื้อได้ดี อาการปวดก็จะทุเลาลงและไม่เรื้อรังจนต้องใช้ยาหรือแก้ไขด้วยวิธีการอื่นๆ

ภาพจาก : https://www.dukehealth.org/blog/how-your-smartphone-hurting-you

ท่าทางการบริหารเพื่อคลายปวดมีอยู่หลายท่าทางจะขอแนะนำดังต่อไปนี้

เนื่องจากคอถือเป็นอวัยวะที่ต้องรับบทหนักอย่างยิ่งขณะใช้สมาร์ทโฟน หากชีวิตประจำวันของเราจะต้องก้มมองสมาร์ทโฟนอยู่เกือบตลอดทั้งวัน การบริหารคอด้วยการเอียงหัวสลับไปมาจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดอาการปวดบริเวณต้นคอได้เป็นอย่างดี ส่วนการนวดก็สามารถแก้อาการปวดไหล่หรือกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอได้เช่นกัน แต่การนวดผ่อนคลายจะต้องนวดด้วยน้ำหนักหรือท่าทางที่ถูกต้อง มิเช่นนั้นอาจจะทำให้อาการปวดทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมได้

นอกจากนี้ ระหว่างการใช้สมาร์ทโฟนจะต้องรู้จักแบ่งเวลาของตัวเองเพื่อทำการบริหารร่างกายด้วยท่ากายบริหารง่ายๆด้วย ท่าเริ่มต้นที่สามารถทำได้ก็คือ การยืดแขนให้สุดแขนคล้ายๆกับการบิดขี้เกียจ การยืดกล้ามเนื้อทั้งแขนและหน้าอกจะช่วยให้กล้ามเนื้อทุกๆส่วนเกิดการผ่อนคลาย ไม่ตึงเกร็ง และทำให้สามารถใช้สมาร์ทโฟนได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีท่าทางในการบริหารอีกมากมายยกตัวอย่างเช่น ท่ากดคางห่อไหล่ ด้วยการพยายามก้มหัวกดค้างลงมาไว้ที่บริเวณหน้าอก พร้อมกับห่อไหล่ให้ได้มากที่สุด ทำท่านี้ค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วจึงกลับสู่ท่าปกติ ก็จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

จุดเริ่มต้นที่ดีของสุขภาพที่แข็งแรงต้องมาจากตัวของคุณเอง อย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองควบคู่ไปกับการทำงานในทุกๆวัน แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่หากคุณทำบางอย่างผิดพลาดอย่างต่อเนื่องละเลยการรักษา ก็อาจจะทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือต้องนอนในโรงพยาบาลนานๆได้ เริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้เพื่อชีวิตที่มีความสุขอย่างยืนยาวต่อไปในอนาคตค่ะ