เดินเร็วเท่ากับวิ่ง

เดินเร็วเท่ากับวิ่ง

การออกกำลังกายที่กำลังเป็นเทรนยอดฮิตในปัจจุบันมีอยู่หลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่ทุกคนสามารถทำได้ ก็คือ การขยับร่างกายด้วยการวิ่ง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ลงทุนไม่มาก แต่สามารถเห็นผลได้ไม่แตกต่างจากการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ แต่ทั้งนี้การจะออกวิ่งได้ก็คงต้องอาศัยทั้งแรงกายและแรงใจกว่าที่จะทำให้คนๆหนึ่งจะสามารถออกไปวิ่งเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีได้ มันอาจจะยากสักหน่อย…แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยากจนเกินไปใช่มั๊ยค่ะ?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังที่จะคิดออกวิ่ง เพื่อทำให้ร่างกายของตนเองมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของน้ำหนักตัว หรือการไม่รู้เทคนิคสำคัญในการวิ่ง สิ่งนี้จะเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณรู้สึกท้อถอยและไม่คิดจะวิ่งต่อ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายบางทีก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งเพียงอย่างเดียวก็ได้ เพราะเพียงแค่การเดินเร็วๆด้วยท่าทางที่เหมาะสมก็สามารถทำให้คุณมีหุ่นสวยและมีสุขภาพที่แข็งแรงได้แล้ว หากคุณอยากจะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด เราจึงขอแนะนำเป็น “การเดิน” ให้ถูกวิธีเสียก่อน การเดินที่ถูกวิธีจะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้อย่างมากมาย และช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน

หลักการเดินออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนักมีเทคนิคสำคัญที่คุณจะต้องจดจำดังต่อไปนี้ค่ะ

1 เริ่มต้นในการอบอุ่นร่างกายก่อน การอบอุ่นร่างกายเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จะต้องทำทุกครั้งไม่ว่าจะออกกำลังกายประเภทใด แม้แต่การเดินก็จำเป็นจะต้องมีการอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครั้ง การอบอุ่นร่างกายที่เพียงพอและเหมาะสมจะช่วยให้ลดอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายตามข้อต่อหรือกล้ามเนื้อต่างๆได้ แถมยังจะช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

2 ต้องเดินแค่ไหนถึงจะพอ การเดินที่น้อยเกินไปคงไม่มีผลใดๆในการออกกำลังกาย หากคุณต้องการที่จะทำให้สุขภาพดีจะต้องเดินให้มากเพียงพออย่างน้อยวันละ 3,000 ก้าวต่อวัน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือจะต้องเดินให้มีความเร็วที่มากเพียงพอ ไม่เร็วถึงกับวิ่งแต่ก็ไม่ช้าจนเกินไป การเดินด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอและมากเพียงพอช่วยให้ระดับหัวใจเต้นอย่างปกติ สามารถควบคุมความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงสมดุลของน้ำตาลในร่างกายและปริมาณไขมันในเลือดถูกควบคุมตามไปด้วย และแน่นอนว่าความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อก็จะต้องเพิ่มขึ้นด้วยหากคุณได้รับการก้าวเดินที่มากเพียงพอ

3 เดินถี่ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าการเดินที่ถูกวิธีจะต้องจับจังหวะให้ดี โดยจังหวะที่เหมาะสมจะต้องรวดเร็วมากกว่าการเดินปกติ และควรเดินให้ต่อเนื่องติดต่อกันนาน 30 นาทีขึ้นไป และหากทำได้สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งก็จะเห็นผลได้เร็วมากขึ้น โดยนอกจากการก้าวเท้าที่มีความถี่มากกว่าปกติแล้ว ลำตัวจะต้องเหมาะสม หลังตรง และแกว่งแขนประกอบระหว่างเดิน ระหว่างเดินไม่ต้องก้มหน้า ให้มองไปข้างหน้าและก้าวเดินด้วยความเร็วที่เหมาะสม การเดินจะต้องไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่ต้องไม่ถึงขั้นหอบหรือหายใจไม่ทัน การเดินเร็วถึงแม้จะเหนื่อยแต่ต้องยังสามารถพูดคุยได้ตามปกติ โดยสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่สามารถเดินต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 30 นาที อาจจะแบ่งการเดินออกเป็น 2 รอบอย่างละครึ่ง เพื่อพักระหว่างทางซัก 2-3 นาทีก่อนที่จะเดินต่อไป วิธีนี้ก็จะช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้ยาวนานมากขึ้น และช่วยเผาผลาญพลังงานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นด้วย

4 การหายใจ การออกกำลังกายทุกประเภทจะต้องควบคุมลมหายใจที่ถูกจังหวะขณะเดินให้หายใจเข้า-ออกยาวๆ การหายใจที่ถูกวิธีจะทำให้สามารถเดินได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เหนื่อยง่ายและทำให้การออกกำลังกายเต็มที่

5.การคูลดาวน์ เมื่อออกกำลังกายจนครบเวลาที่เหมาะสมแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะคูลดาวน์ด้วยการเดินในจังหวะที่ช้าลงเพื่อให้ร่างกายค่อยๆหยุดและกลับสู่สภาวะปกติด้วย สิ่งที่ต้องรู้คือไม่ควรจะหยุดเดินทันทีที่ครบเวลา เพราะจะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเกิดอาการปวดเมื่อยได้

เดินเร็วเท่ากับวิ่ง
เดินเร็วเท่ากับวิ่ง — ภาพจาก : https://woman.thenest.com/metabolism-affect-fast-walk-21607.html

ทั้งนี้ หากใครรู้สึกว่า…แค่การเดินอาจจะยังเผาผลาญพลังงานได้ไม่พอ ก็อาจจะต้องอาศัยกิจกรรมอื่นๆเข้ามาร่วมในการออกกำลังกายด้วย เช่น การเดินเร็วสัก 1 กิโลเมตรแล้วเปลี่ยนมาเป็นการกระโดดตบ 20 ครั้ง การเปลี่ยนกิจกรรมเช่นนี้จะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย

หากใครที่เป็นคนที่น้ำหนักมาก อายุเยอะหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกที่เปราะบาง การเดินจะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อได้แล้ว ยังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของคุณด้วย แค่เดินก็ช่วยป้องกันโรคต่างๆได้มากมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานหรือช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินที่คุณไม่ต้องการด้วย

ยิ่งถ้าได้ออกไปเลือกเดินในสวนสาธารณะหรือสถานที่ที่มีอากาศสดชื่น ก็จะยิ่งช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ผ่อนคลายความตึงเครียด หรือผ่อนคลายความเศร้าในชีวิตของคุณไปได้เป็นอย่างดีเชียวค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *