เล็กพริกขี้หนู

เล็กพริกขี้หนู

ความเผ็ดเป็นสิ่งที่คู่กับอาหารไทยมาอย่างช้านาน เพราะเชื่อว่าความรู้สึกเผ็ดจะช่วยเพิ่มสีสันและรสชาติที่ดีในจานอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่พื้นที่ใดของประเทศ ย่อมคุ้นชินกับความเผ็ดมาโดยตลอด และต้องยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในอาหารไทย จากสถิติพบว่าคนไทยเฉลี่ยกินพริกมากถึงประมาณ 8 กิโลกรัมต่อคนต่อปีเลยทีเดียว

เมื่อความเผ็ดทำให้อาหารมีความอร่อยครบรสมากขึ้น อาหารไทยจึงต้องมีเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มความเผ็ดในหลายๆรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับเอกลักษณ์รสชาติของแต่ละเมนู ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงนิยมใช้พริกมาช่วยปรุงอาหาร ซึ่งพริกแต่ละชนิดก็มีความเผ็ดหรือรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ความแตกต่างเหล่านี้นี่แหละที่เป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้อาหารแต่ละจานมีความอร่อยที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเสริมรสชาตอาหารเพียงเท่านั้น แต่การรับประทานพริกในปริมาณที่เหมาะสมก็ยังเสริมประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างหลากหลาย เพราะพริกบางประเภทสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดโรคบางประการได้ด้วย

แต่อย่างที่ทราบกันว่า พริกในประเทศไทยมีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความเผ็ดหลากหลายระดับ บางชนิดเผ็ดน้อย บางชนิดเผ็ดมาก ในขณะที่บางชนิดอาจมีความเผ็ดร้อนภายใน ในส่วนของพริกที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมของคนไทยก็คงจะหนีไม่พ้น “พริกขี้หนู” ซึ่งถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่เผ็ดดุไม่แพ้ใคร และเป็นพริกที่คนไทยนิยมนำมาใช้ในการปรุงรสอาหารมากมาย เช่น แกงเผ็ด ผัดพริก เป็นต้น ซึ่งนอกเหนือจากความเผ็ดที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว พริกขี้หนูยังเป็นสุดยอดของพริกที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคดังต่อไปนี้ด้วย

ผลดีต่อการขยายตัวของหลอดเลือด ในพริกจะมีสารสำคัญที่ทำหน้าที่และให้ประโยชน์ในหลายๆด้าน สารสำคัญตัวนี้ก็คือ “แคปไซซิน” ซึ่งนักวิจัยค้นพบและกล่าวว่าสามารถยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือดได้ดี ดังนั้น การได้รับพริกเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม ร่างกายก็จะมีแคปซินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงผิวหนังได้ทั่วทั้งร่างกาย มากไปกว่านั้น ยังส่งผลดีต่อการลดการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคหัวใจได้ โดยมีการศึกษาผลของการรับประทานพริกในมนุษย์ พบว่า เมื่อให้ผู้ทดสอบกินพริกขี้หนูสด 5 กรัม พร้อมน้ำ แล้ววัดค่าการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด จะมีผลทำให้เกล็ดเลือดจับกลุ่มกันช้าลง

สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระดับไขมันในเลือด การรับประทานพริกชขี้หนู้ก็สามารถช่วยเรื่องนี้ได้เช่นกัน โดยจากการศึกษา พบว่า พริกขี้หนูมีผลต่อระดับไขมันในเลือด โดยสามารถยับยั้งการดูดซึมไขมันและช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ ทั้งนี้ การทดลองดังกล่าวเป็นการทดลองในหนูทดลอง ซึ่งอาจมีผลเหมือนหรือแตกต่างกับการทดลองในมนุษย์ได้

เล็กพริกขี้หนู Small Paprika
เล็กพริกขี้หนู — ภาพจาก : https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_134721

มาดูที่ผลต่อน้ำตาลในเลือดกันบ้างว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร พบว่า การรับประทานพริกที่มีสารแคปไซซินเป็นองค์ประกอบ สารตัวนี้จะช่วยยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสในมนุษย์ได้ภายใน 30 นาทีหลังกินพริก

ต่อมากันที่การเผาผลาญพลังงาน หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด จะช่วยให้ร่างกายมีการเผาผลาณพลังงานได้ดีกว่าการรับประทานอาหารรสอ่อน ซึ่งเหตุผลที่รสจัดมีผลต่อการเผาผลาญพลังงานที่มากกว่าก็เพราะ พริก นี่แหละค่ะ การศึกษาในประเทศญี่ปุ่นสามารถตอบคำถามนี้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร โดยนักวิจัยมีการทดสอบให้คนกินพริกเข้าไป และพบว่าจะช่วยให้เพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกายได้อย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที

เมื่อทราบถึงประโยชน์กันไปแล้ว หลายท่านก็คงอยากทราบถึงโทษของการรับประทานพริกขี้หนูกันบ้าง ว่าหากรับประทานมากเกินไปจะมีผลต่อร่างกายอย่างไร ปัญหาสำคัญคือ ความกลัวที่ว่าการรับประทานเผ็ดมากเกินไปจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะกะเพราอาหารที่เป็นอวัยวะสำคัญอวัยวะหนึ่ง แต่จากการศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคกระเพาะ ไม่ได้เกิดมาจากการที่รับประทานอาหารที่มีพริกมากจนเกินไปหรอกค่ะ แต่สาเหตุกลับเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เป็นเวลามากกว่า ซึ่งจะมีผลให้ร่างกายปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยผนังกระเพาะอาหารแทนที่จะเป็นอาหาร อย่างไรก็ตาม พริกก็เป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้กะเพาะอาหารถูกทำลายมากขึ้น ดังนั้น คุณหมอจึงมักเตือนเสมอว่าคนที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดมากจนเกินไป เพราะพริกจะเข้าไปเสริมความระคายเคืองต่อแผลที่อยู่ในกระเพาะอาหารนั่นเอง

หวังว่าบทความข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่ชอบรับประทานพริกทุกท่านนะคะ เพราะการรับประทานพริกเป็นส่วนหนึ่งของอาหารไทย จะไม่ใส่ก็คงทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะเลือกรับประทานพริกแล้ว ก็ต้องรู้จักปริมาณที่เหมาะสม ทานเพื่อเสริมรสอาหารและช่วยเสริมประโยชน์ในการดูแลสุขภาพร่างกายบางประการ ส่วนคนที่ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับกะเพาะอาหาร ก็จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด เพราะแม้ว่าพริกจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้คุณป่วย แต่การรับประทานพริกเข้าไป จะทำให้กะเพาะถูกทำลายมากขึ้นนั่นเอง