รู้มะเร็งด้วยเลือด

รู้มะเร็งด้วยเลือด

ลำพังการส่องกระจกทุกเช้าอาจจะยังไม่มีเพียงพอที่จะบ่งบอกได้ว่าตอนนี้สถานะทางสุขภาพของคุณเป็นอย่างไร กำลังเป็นหวัดอยู่หรือไม่ ปวดหัวหรือเปล่า หรือว่าอวัยวะภายในกำลังถูกเซลล์มะเร็งทำลายหรือไม่

เป็นเพราะว่าเราไม่ได้มีความรู้ในการวินิจฉัยโรค การจะรับรู้ด้วยตัวเองว่าเกิดโรคต่างๆหรือไม่จึงทำได้ยาก แต่สิ่งที่เราทำได้ทุกคน ก็คือ ‘การใส่ใจ’ ในอาการหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเอง ยิ่งเรารู้ตัวว่า ณ ปัจจุบัน กำลังมีบางสิ่งบางอย่างภายในร่างกายเกิดความผิดปกติอยู่ ก็ยิ่งจะช่วยให้เราสามารถที่จะเข้าไปแก้ไขจุดบกพร่องตรงนั้นได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเกิดว่าความผิดปกตินั้นร้ายแรงไปมากกว่าอาการเจ็บป่วยทั่วไป การที่เราสามารถรู้ตัวเองได้ก่อน ก็จะทำให้เรามีโอกาสที่จะหายจากโรคได้มากกว่า โดยเฉพาะการตรวจดูว่าตัวเองนั้นกำลังป่วยเป็นมะเร็งหรือไม่

การเตรียมฟิล์มเลือดและการย้อมสีเพื่อตรวจหาเชื้อปรสิต - รศ.ณัฐรส ...
รู้มะเร็งด้วยเลือด — ภาพจาก : http://www.cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4808/html/03.html

โรคมะเร็งมันร้ายแรงมากมายขนาดนี้เชียวหรือ? ทุกคนรู้ดีว่าถ้าใครมีโอกาสเป็นมะเร็งแล้ว ความเป็นหรือความตายอาจจะเท่ากัน คนที่รักษาหายแล้วก็อาจจะมีโอกาสกลับมาป่วยเป็นมะเร็งอีกเมื่อไหร่ก็ได้ หรือถ้ากำลังใจไม่ดี พอรู้ว่าตัวเองมีเชื้อมะเร็งและกำลังอยู่ในขั้นของการเจริญเติบโต อาจจะทำให้กำลังใจหดหาย และเสียชีวิตต่อมาในระยะเวลาไม่กี่เดือน

แต่ก็ใช่ว่าการป่วยเป็นมะเร็งจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้!!! เพราะการที่เรารู้ว่าตัวเราป่วยก่อนอาการกำเริบ โอกาสในการรักษาหายก็ย่อมมีมากขึ้นเท่านั้น

เดิมทีต้องบอกก่อนว่า คนที่จะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งหรือไม่จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองมะเร็ง ด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งอาจจะมีความน่ากลัวหรือความเจ็บปวดที่ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงหรือไม่กล้าที่จะไปตรวจคัดกรองมะเร็ง เมื่อไม่ยอมตรวจก็ย่อมไม่รู้ว่าตัวเองเป็น แล้วเมื่อไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ก็ไม่สามารถที่จะรักษาโรคที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ และนั่นก็คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเราเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปริมาณสูง

แต่หากเราสามารถที่จะพัฒนาวิธีการในการตรวจการเป็นมะเร็งให้ง่ายขึ้นได้ และสามารถบ่งชี้การเป็นมะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะตั้งต้น ก็คงจะช่วยให้แพทย์พยาบาลสามารถทำงานรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้นหรือมีภาระเบาลง เรามาดูเทคโนโลยีการตรวจหาเชื้อมะเร็งกันดีกว่าว่าในปัจจุบันนี้มันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

ในทุกๆวันนี้ วงการแพทย์ก็มีการศึกษาออกมาแล้ว ซึ่งเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับการตรวจหาโรคมะเร็งมากมายหลากหลายงานวิจัย ก้าวหน้าไปถึงขนาดแค่การตรวจเลือดก็สามารถบ่งบอกให้รู้ได้แล้วว่าในร่างกายของคุณนั้นมีความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็งมากแค่ไหน เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามาทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้น้อยลง รวมไปถึงผู้ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งน้อยลงด้วย

มหาวิทยาลัย Swansea ใน Wales เป็นบุคคลกลุ่มสำคัญที่พัฒนาวิธีการตรวจนี้ขึ้นมา โดยวิธีการดังกล่าวมีหลักการในการตรวจมะเร็งง่ายๆ คือ การตรวจจะต้องใช้เลือดของผู้ป่วยในการทดสอบ ซึ่งคำตอบที่บ่งชี้ว่าคุณเป็นมะเร็งหรือไม่จะดูจากปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดงที่กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นเหมือนผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเกิดมะเร็ง เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงกลายพันธุ์มีความสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็ง การตรวจเลือดจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจมะเร็งได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือราคาแพง

การตรวจนี้สามารถใช้อุปกรณ์ในห้องแลป ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั่วๆไปในการตรวจเลือด โดยเทคนิคสำคัญคือการตรวจหาการกลายพันธุ์ของเซลล์เม็ดเลือดแดงของผู้ป่วย จะต้องตรวจหาลักษณะสำคัญของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่กลายพันธุ์ ซึ่งจะแตกต่างจากเซลล์เม็ดเลือดแดงปกติ เมื่อเราเก็บตัวอย่างเลือดมาแล้ว ก็จะต้องนำมาศึกษาวิเคราะห์ดูว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงนั้นๆมีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้หรือไม่

ลักษณะสำคัญส่วนแรก คือ เซลล์ที่ผิดปกติจะไม่มีโปรตีนที่เคลือบผิวหน้าชนิดพิเศษชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ขาดไปนี้จะต้องพบในเซลล์เม็ดเลือดแดงปกติของคนที่ปกติหรือไม่ป่วยเป็นมะเร็ง ส่วนที่สองคือ เซลล์เม็ดเลือดแดงจะเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าปกติ โดยหากเปรียบเทียบแล้ว คนธรรมดาที่มีร่างกายแข็งแรงจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดง 1 เซลล์ต่อ 1 ล้านเซลล์ ในขณะที่ คนป่วยเป็นมะเร็งจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นเป็น 40-50 เซลล์ ต่อ 1 ล้านเซลล์

อย่างไรก็ตามการตรวจเลือดนี้ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะชี้ให้เห็นว่าคุณเป็นมะเร็งแล้วยัง เพราะถ้าจะให้มั่นใจหรือมีหลักฐานการป่วยที่แน่ชัด หรือสามารถระบุได้ว่ามะเร็งที่เกิดขึ้นอยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย ก็จำเป็นจะต้องใช้วิธีการตรวจอื่นๆร่วมด้วย เช่น การตรวจของเหลว การตรวจลมหายใจ หรือการตรวจปัสสาวะ เป็นต้น เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาร่วมกันว่าผู้ป่วยคนนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่

แต่อย่างน้อย…วิธีนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในวิธีการเริ่มต้นที่ทำให้การตรวจมะเร็งมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรือเครื่องมือราคาแพง ก็สามารถรู้ได้ว่าคุณมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งหรือไม่ ที่สำคัญการตรวจคัดกรองมะเร็งเช่นนี้ เป็นการตรวจที่ไม่ได้สร้างความเจ็บป่วยให้กับผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยกล้าที่จะเดินทางเข้ามาตรวจคัดกรองมะเร็งกันมากขึ้นกว่าเดิม แล้วเมื่อเรารู้ถึงโอกาสการป่วยเป็นมะเร็งที่มากขึ้น การรักษามะเร็งให้หายก็ยิ่งจะมากขึ้นตามมาอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *