อย่าแปรงผิด เวลา

อย่าแปรงผิด เวลา

คงไม่มีใครคิดว่า…การแปรงฟันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะเราได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่า เราทุกคนจะต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ก็คือ ก่อนเข้านอนและตอนตื่นเช้า เพราะเราจำเป็นจะต้องทำความสะอาดฟันและช่องปากอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการฟันผุ

มากไปกว่านั้น หลายคนก็จะเพิ่มการแปรงฟันให้ถี่มากกว่าช่วงเวลาปกติ บางคนอาจจะต้องแปรงฟันหลังมื้ออาหาร เพราะความเคยชินหรือความต้องการที่อยากจะให้ช่องปากของตัวเองนั้นสะอาดสดชื่นหลังจากผ่านการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นมาอย่างหนักหน่วง

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการแปรงฟันไม่ถูกเวลา อาจจะทำให้คุณภาพของฟันของคุณนั้นแย่ลงกว่าเดิม แทนที่ฟันจะสะอาดมากขึ้นกลับทำให้สุขภาพของฟันแย่ลงกว่าเดิมได้ เพียงเพราะแค่ไม่รู้จักเวลาการแปรงฟันที่ถูกต้อง

เวลาการแปรงฟันที่ผิดคือช่วงเวลาไหนบ้าง…เราต้องเรียนรู้เพื่อหลีกเลี่ยงมันกันค่ะ

อย่าแปรงผิด เวลา — ภาพจาก : https://www.goldsworthroaddental.co.uk/treatment/teeth-whitening/

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า คนปกติทั่วไปจะแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดเศษอาหารออกจากช่องปาก แต่บางคนบางกรณีก็อาจจะเพิ่มการแปรงฟันในช่วงก่อนหรือหลังรับประทานอาหารเข้าไปอีก ซึ่งการแปรงฟันในช่วงนี้อาจจะนำพาให้ฟันของคุณอ่อนแอ สึกกร่อน และเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ง่ายมากกว่าเดิมก็เป็นไปได้

ช่วงเวลาใดบ้างที่เราควรเว้นวรรคการแปรงฟัน ลองมาดูกันค่ะ

1. ห้ามแปรงฟันก่อนมื้ออาหาร การที่เราใช้แปรงสีฟันแปรงไปที่ฟันจะทำให้ฟลูออไรด์ที่เคลือบฟันของเราตามธรรมชาตินั้นถูกชะล้างออกไป เมื่อฟันของเราไม่มีฟลูออไรด์ในการป้องกันการกัดกร่อนจากอาหารบางอย่างที่อาจจะมีสภาพเป็นกรด จึงเกิดความเสี่ยงที่จะทำให้ฟันผุมากขึ้น สำหรับใครที่ชอบที่จะแปรงฟันก่อนอาหาร แต่ก็มีความชอบในการรับประทานอาหารที่มีกรดสูงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวกน้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีความเปรี้ยว จงระวังไว้ว่า…คุณอาจจะกำลังทำให้การแปรงฟันที่คุณกำลังทำอยู่เกิดผลเสียมากกว่าผลดี หรือทำให้เกิดฟันผุมากกว่าเดิมก็เป็นได้

2. แปรงฟันหลังอาหารทันที เนื่องจากบางคนกลัวว่าตัวเองจะมีกลิ่นปากหลังจากทานอาหารหรือกลัวว่าว่ามีเศษอาหารติดฟัน จึงมักจะรีบแปรงฟันทันทีหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ซึ่งการกระทำเช่นนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะโดยธรรมชาติของน้ำลายของคนเราจะมีคุณสมบัติในการปกป้องฟันจากการทานอาหารที่มีความเป็นกรดอยู่แล้ว หากเราทานอาหารเสร็จแล้วไปแปรงฟันทันทีน้ำลายส่วนนี้ก็จะถูกกำจัดออกไป ทำให้อาหารที่เป็นกรดสามารถที่จะกัดกร่อนเนื้อฟันของเราได้ง่ายขึ้น ดังนั้น หากใครอยากที่จะแปรงฟันจริงๆ ก็ควรที่จะรอให้ทานอาหารเสร็จสักประมาณ 30 นาทีก่อน จึงค่อยไปแปรงฟันก็คงยังไม่สายจนเกินไป

อย่าแปรงผิด เวลา — ภาพจาก : https://www.davidmcguire.com/take-care-of-your-teeth-while-wearing-braces/

แต่ถ้าใครยังรู้สึกไม่สบายใจ กลัวว่าจะไม่กล้าคุยกับคนอื่นหรือไม่กล้ายิ้มให้ใครหากไม่ได้แปรงฟันหลังทานอาหาร ก็ขอแนะนำว่าหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ให้ใช้วิธีการบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าสัก 1-2 แก้วแทน เพื่อกำจัดคราบเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสะสมคราบสกปรกหรือหินปูนออกไปก่อน เมื่อผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงถึงไปแปรงฟันตามหลัง ก็จะทำให้คุณภาพของฟันของคุณนั้นไม่ถูกทำลายไปมากจนเกินไป

เสริมท้ายอีกสักเล็กน้อยว่า การแปรงฟันก่อนนอนก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หรือแปลว่าถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทานอะไรเป็นข้าวเย็นเลยแม้แต่น้อย และคิดว่าการบ้วนปากเพียงอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะเพิ่งทำความสะอาดฟันไปเมื่อตอนกลางวัน ก็อยากให้คุณเข้าใจว่าก่อนเข้านอนก็ยังจำเป็นต้องแปรงฟันเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง

เพราะนอกจากการแปรงฟันก่อนนอนจะเป็นการทำความสะอาดช่องปาก ฟัน หรือลิ้นเป็นอย่างดีแล้ว การแปรงฟันยังเป็นการกระตุ้นการทำงานของเลือดบริเวณเหงือก ทำให้ช่วยลดจุลินทรีย์ที่จะมาทำลายช่องปากในระหว่างที่เรากำลังนอนหลับในตอนกลางคืนได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น คุณจึงต้องไม่ละเลยการแปรงฟันในช่วงเวลาสำคัญที่สุดนี้ด้วยนะคะ

ทิ้งท้ายเรื่องสุดท้ายอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้าม นั่นก็คือ การเลือกใช้แปรงสีฟันนั่นเอง การเลือกใช้แปรงสีฟันต้องไม่เลือกเพียงแค่ลวดลายที่ชื่นชอบหรือรูปแบบที่ชื่นชอบเท่านั้น แต่ให้พิจารณาที่ขนแปรงเป็นหลัก โดยขนของแปรงสีฟันที่เหมาะสมควรจะเป็นขนแปรงที่อ่อนนุ่ม ไม่แข็งจนเกินไป เพื่อช่วยในการถนอมฟลูออไรด์ที่เคลือบอยู่บนซี่ฟัน และทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อเหงือกขณะแปรงฟันด้วยนะคะ ทั้งนี้ แปรงสีฟันที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง เพียงแต่ต้องมีขนแปรงและขนาดที่เหมาะสมกับช่องปากของแต่ละบุคคลหรือแต่ละช่วงวัย และหมั่นเปลี่ยนแปรงสีฟันตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ จะทำให้คุณมีช่องปากที่สะอาดมากขึ้น มีฟันที่แข็งแรงและอยู่ติดกับเราไปได้นานเท่านาน ไม่ต้องอาศัยฟันปลอมให้เหนื่อยใจ มาร่วมกันรักษาสุขภาพของฟันให้ดีแบบนี้ตลอดไปนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *