ดูแลหูให้ถูกวิธี

ดูแลหูให้ถูกวิธี

หูอาจจะเป็นหนึ่งในอวัยวะที่หลายๆคนมีความสุขที่จะได้ทำความสะอาดในทุกๆวัน แต่เพราะว่าเรามองไม่เห็นถึงความสกปรกที่แอบซ่อนอยู่ภายในอวัยวะชิ้นนี้ การทำความสะอาดจึงอาจเกิดขึ้นภายใต้ความเสี่ยง และก็ยังมีอีกหลายคนที่พยายามจะทำความสะอาดรูหูของตัวเองโดยวิธียอดนิยม ซึ่งวิธีที่มักจะทำกันก็คือ การใช้คอตตอนบัดในการปั่นหูนั่นเอง

การใช้คอตตอนบัดในการปั่นหูอาจไม่ได้ทำเพื่อหวังให้รูหูสะอาดเท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่อาจทำไปเพราะต้องการความรู้สึกสบายๆ สุดฟินเท่านั้นเอง และคุณรู้หรือไม่ว่า…การปั่นหูแบบนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องเสียเท่าไหร่ เพราะยิ่งปั่นมากเท่าไร รูหูก็จะยิ่งได้รับอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้น วันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการดูแลรูหูที่ถูกต้องว่าจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง แล้วทำไมการปั่นหูถึงไม่เหมาะสม มาหาคำตอบกันได้เลยดีกว่าค่ะ

Nosy curiosity ear young interesting Free Photo
ดูแลหูให้ถูกวิธี — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/nosy-curiosity-ear-young-interesting_1046402.htm#page=1&query=ear&position=7

สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก็คือ ในความเป็นจริงแล้ว…เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดหูเลยสักนิด หลายคนอาจจะงงว่าเหตุใดรูหูจึงกลายเป็นอวัยวะที่เราไม่จำเป็นต้องสนใจ เหตุผลก็เพราะภายในหูของคนเรามีระบบในการรักษาความสะอาดภายในตัวอยู่แล้ว

การมีขี้หูจึงไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เพราะการมีขี้หูบ่งบอกได้ว่าร่างกายของคุณมีการสร้างสารหล่อลื่นภายในรูหู และสิ่งนี้จะช่วยต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์บางอย่างไม่ให้ทำร้ายหรือทำอันตรายต่อหูของเราได้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ขี้หูก็จะแห้งและหลุดออกจากรูหูไปเองโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆในการกำจัดมันออกไปเลยด้วยซ้ำ

การที่เราพยายามที่จะเอาวัตถุแปลกปลอมจิ้มเข้าไปในหูเพื่อหวังทำความสะอาดหรือแคะเอาขี้หูออกมา กลับกลายเป็นการรบกวนการทำความสะอาดตามระบบธรรมชาติของอวัยวะร่างกายเสียด้วยซ้ำ และหากเมื่อใดที่เราเผลอทำความสะอาดอย่างรุนแรงมากจนเกินไป อาจทำให้คุณโชคร้ายถึงขั้นสูญเสียการได้ยินเนื่องจากเกิดการบาดเจ็บของอวัยวะบางส่วนในหูก็เป็นได้

Close up portrait of a smiling man Free Photo
ดูแลหูให้ถูกวิธี — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/close-up-portrait-smiling-man_6730402.htm#page=1&query=ear%20clean&position=37

โดยเฉพาะการใช้สำลีหรือ Cotton bud ในการแหย่เข้าไปเพื่อทำความสะอาด ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลยสักนิด เพราะอาจจะทำให้คอตตอนบัดเข้าไปสัมผัสถูกอวัยวะที่บอบบางภายในรูหูโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแก้วหูได้ ซึ่งหากโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุจนทำให้แก้วหูทะลุหรือแก้วหูฉีกขาด ก็ย่อมทำให้การได้ยินเสียงเปลี่ยนแปลงไป และหากยิ่งโชคร้ายไปมากกว่านั้น อาจจะทำให้คุณไม่สามารถได้ยินอะไรอีกเลยก็เป็นได้ นอกจากนี้ ยังจะทำให้ขี้หูส่วนนอกถูกดันลึกเข้าไปข้างใน จนทำให้เกิดภาวะขี้หูอุดตันในรูหูได้

ยิ่งไปกว่านั้น หากเรามีการทำความสะอาดหูบ่อยจนเกินไป ร่างกายจะหลั่งสารตัวหนึ่งของมาชื่อว่า ฮิสตามีน ซึ่งจะทำให้บริเวณหูเกิดอาการระคายเคือง เกิดอาการคัน และเกิดการอักเสบภายในบริเวณหูได้

หนึ่งในอาการที่สามารถเกิดขึ้นจากกรณีการแคะหู ก็คือ ภาวะหูชั้นนอกอักเสบ (Otitis Externa) ซึ่งก็คือภาวะที่เกิดการอักเสบที่บริเวณโพรงหูชั้นนอกจนทำให้ท่อที่เชื่อมบริเวณหูชั้นนอกและแก้วหูเกิดอาการบวม จนนำไปสู่อาการปวดหู รู้สึกคัน และเกิดการระคายเคืองภายในหูได้ นอกจากนี้ จะทำให้เกิดอาการตกสะเก็ด หรือมีน้ำใสหรือน้ำหนองไหลออกมาได้ อาการอื่นๆที่สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกัน ก็คือ อาการตึงในขณะที่มีการขยับหูหรือกราม ซึ่งเป็นช่วงอวัยวะที่อยู่ใกล้กันกัน รวมไปถึงการเกกิดภาวะสูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยได้

รู้แบบนี้แล้ว หวังว่าพวกเราทุกคนก็ควรจะเลิกใช้คอตตอนบัดในการปั่นหูเสียนะคะ แต่สำหรับใครที่ต้องการที่จะทำความสะอาดหูจริงๆ ซึ่งอาจมีเหตุผลมาจากว่าบุคคลนั้นๆมีความผิดปกติที่เกิดจากการสะสมของขี้หูมากจนเกินไป ซึ่งแพทย์สั่งและพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการทำความสะอาดรูหู โดยบุคคลเหล่านี้ต้องเรียนรู้วิธีการทำความสะอาดหูที่ถูกต้อง ดังนี้

วิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดรูหู ก็คือ การใช้ผ้าสะอาดเช็ดบริเวณใบหูส่วนนอกรวมไปถึงบริเวณด้านหลังใบหู โดยขอย้ำว่าให้ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณหูส่วนนอกเท่านั้น ส่วนร่องหูสามารถใช้คอตตอนบัตเช็ดเบาๆได้ อย่าพยายามที่จะเอาวัตถุใดๆแหย่เข้าไปในหู ไม่ว่าจะเป็นคอตตอนบัตหรือไม้แคะหูก็ตาม เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นจะยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้หูของคุณได้รับอันตรายมากขึ้นไปกว่าเดิม

หวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำความสะอาดหูเสียใหม่ ไม่ใช้อุปกรณ์ใดๆเขี่ยเข้าไปในรูหูอีกต่อไป หากต้องการทำความสะอาดให้ทำเพียงแค่การเช็ดทำความสะอาดเพียงรอบนอกเท่านั้น ต่อไปนี้เราทุกคนก็จะไม่เข้าใจผิด และไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆต่อระบบการได้ยินเสียงอีกต่อไป เพราะเชื่อว่าการได้ยินเสียงเป็นสิ่งที่ทุกคนรักและหวนแหน และคงไม่มีใครยอมเสียมันไปง่ายๆอย่างแน่นอน