วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน

วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน

ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ หลายคนจำเป็นที่จะต้องตากฝน เพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาของการไปทำงาน ไปเที่ยว กลับบ้าน หรือเข้าร่วมชุมนุมต่างๆ การที่เราจะต้องตากฝนนานๆ ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนักหรือเบามีผลกระทบต่อการเป็นหวัดหรือไม่ คำถามนี้หลายๆคนอาจจะตอบว่า…ใช่แน่นอน เพราะทุกครั้งที่เราตากฝน ก็เหมือนจะป่วยทุกที ฝนจะต้องเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ป่วยแน่ๆ

แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ ก็คือ การตากฝนอาจไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นหวัดเสมอไป แม้ว่าคุณจะตากฝนนานแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ทำให้คุณป่วยหรือเป็นหวัดได้เลย เหตุผลเพราะอะไร เรามาหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

สิ่งแรกที่คุณต้องรู้ก่อน ก็คือ การเป็นหวัดเกิดมาจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเข้าไป เมื่อร่างกายได้รับไวรัสและภูมิต้านทานที่ร่างกายมีอยู่ ณ ปัจจุบันไม่มากเพียงพอ ก็ย่อมทำให้เกิดอาการป่วยหรือเป็นหวัดได้ ดังนั้น การที่เราโดนฝนไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนักๆหรือฝนเบาๆ จึงไม่สามารถทำให้เกิดเป็นหวัดได้ ถ้าเกิดเราไม่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่มีฝนตกลงมามักจะมีการปะปนของเชื้อไวรัสต่างๆเข้ามาในอากาศและน้ำฝน ดังนั้น การตากฝนจึงเป็นหนึ่งในพาหะที่ทำให้ร่างกายของเราเพิ่มความเสี่ยงในการได้รับเชื้อไวรัสมากขึ้นกว่าการไม่ตากฝนนั่นเอง

นอกจากนี้ ในขณะที่ฝนกำลังตกอุณหภูมิในบรรยากาศก็จะลดลงตามไปด้วย รวมไปถึงการมีแรงลมที่มักจะพัดเข้ามาปะทะร่างกายและผิวหนัง ทำให้นอกจากร่างกายของเราที่มีอาการเปียกชื้นจากสายฝนอยู่แล้ว เมื่อผสมรวมกับการที่มีอุณหภูมิที่ต่ำลง จึงกลายเป็นปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานโรคสู้ไม่ไหว และเกิดอาการเป็นหวัดได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

Woman in rain boots standing next to colorful umbrella Free Photo
วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/woman-rain-boots-standing-colorful-umbrella_9365532.htm#page=1&query=stand+in+the+rain&position=34

เมื่อเราได้รับเชื้อไวรัสเข้ามาสู่ร่างกายแล้ว ไวรัสที่เข้าสู่ร่างกายจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่ทั้งเปียกชื้นและอุณหภูมิต่ำ ทำให้ร่างกายของเรามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสนั้นๆได้ง่าย และทำให้เกิดอาการเป็นหวัดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปแล้วและเกิดอาการเป็นหวัด อาการที่เกิดขึ้นของคนส่วนใหญ่ทั่วไปจะเกิดอาการเกี่ยวข้องกับบริเวณระบบทางเดินหายใจส่วนต้น หรือบริเวณจมูกหรือคอ ทำให้เกิดอาการต่างๆ ตั้งแต่ อาการคัดจมูก มีน้ำมูก รวมไปถึงอาการเจ็บคอ ซึ่งหากคุณได้รับเชื้อไวรัสชนิดที่ไม่รุนแรงมากนัก อาการไข้หวัดเหล่านี้ก็จะเป็นเพียงแค่ 2-3 วัน หลังจากนั้นอาการที่เกิดขึ้นก็จะทุเลาลง โดยส่วนมากแล้วคุณจะหายจากอาการหวัดที่เป็นอยู่ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์

แต่ในกรณีที่อาการหวัดของคุณนั้นเป็นติดต่อเรื้อรังไม่หายสักที หรือยิ่งมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปมากกว่า 2 สัปดาห์แล้วก็ยังไม่หาย อาจจะเป็นเพราะเชื้อไวรัสที่คุณได้รับนั้นเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งหรือรุนแรงกว่าปกติ การปล่อยผ่านและปล่อยให้ร่างกายฟื้นฟูด้วยตัวเองคงไม่เพียงพอ คุณจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อเวลาที่จำเพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ ลองไปพบคุณหมอ เพื่อตรวจดูดีกว่าว่าร่างกายของเรานั้นอ่อนแอเพราะโดนไวรัสกลุ่มใดเล่นงาน จะได้แก้ไขให้ถูกทาง รักษาได้ถูกโรค และรักษาตัวให้หายได้เร็วที่สุด

อีกหนึ่งวิธีการที่ควรที่จะทำก็คือ การดูแลตัวเองไม่ให้เข้าไปอยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น งดการตากฝน งดการอยู่ในที่โล่งแจ้งในช่วงเวลาที่มีฝนตกปรอยๆ หรือการรู้จักพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เพราะหากเกิดฝนตกก็ยังมีอุปกรณ์ที่คอยป้องกันสายฝน และทำให้เกิดอาการเป็นหวัดได้ยากมากขึ้น หรือถ้าเริ่มรู้สึกว่าใกล้จะมีอาการเป็นหวัด การสวมหน้ากากอนามัยที่มีคุณสมบัติที่ดีก็เป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสที่ปลิวมากับอากาศได้ และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อจากตัวเราแพร่ไปติดคนรอบข้างได้ด้วย

ในช่วงของอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบนี้ หากเรามีการดูแลตัวเองอย่างดี ก็ย่อมจะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้หวัดได้ นอกจากจะเป็นผลดีต่อตัวเองแล้ว ก็จะเป็นผลดีต่อคนใกล้ชิดของคุณด้วย จะได้ไม่ต้องนำเอาเชื้อไวรัสไปแพร่กระจายสู่คนที่คุณรักรอบตัว

แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการตากฝนได้จริงๆ สิ่งที่คุณควรที่จะทำเมื่อตัวของเราเปียกปอนจากสายฝน ก็คือ เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรรีบทำตัวให้แห้งโดยเร็วที่สุด โดยการรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ และเช็ดผมให้แห้ง รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย ร่วมไปกับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณนั้นกลับมาแข็งแรง มีภูมิต้านทานร่างกายที่สมบูรณ์ และสามารถปลอดภัยจากเชื้อหวัดหรือเชื้อไวรัสอื่นๆได้

หวังว่าหน้าฝนปีนี้ ทุกคนจะผ่านมันไปด้วยความปลอดภัย ไม่ป่วยไข้และไม่เป็นหวัดกันทุกคนนะคะ