การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้, เกี่ยวกับโรค

ปวดตรงไหนที่แปลว่าป่วย

ปวดตรงไหนที่แปลว่าป่วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักจะมีอาการปวดเมื่อยต่างๆตามร่างกาย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าอาการปวดนั้นจะมีความสำคัญใดๆต่อชีวิตของคุณ เพียงแค่ทานยาแก่ปวด นอนหลับสักตื่น อาการก็ดีขึ้นแล้ว และถ้ามีอาการปวดกลับมาใหม่ ก็แค่กินยาซ้ำเข้าไปแบบเดิม

วันนี้เราอยากจะให้คุณได้เรียนรู้ว่าอาการปวดที่คุณอาจจะเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้ และไม่ได้รับการแก้ไขตามสาเหตุที่ควรจะเป็น มีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์กับอาการป่วยต่างๆในร่างกายได้ เนื่องมาจากว่าในร่างกายของคนเรา อวัยวะต่างๆมีความเชื่อมโยงเข้าหากัน

ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เมื่อเกิดอาการปวดเมื่อใด ก็เพียงแค่ทานยาแก้ปวดเข้าไปเพื่อให้อาการนั้นๆหายไป คุณจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นใหม่ และลองสังเกตดูก่อนว่าอาการปวดที่คุณเป็นอยู่นั้น มีผลกระทบต่ออวัยวะอื่นๆอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าไปแก้ไขที่สาเหตุต้นตอของมันให้ถูกต้อง

ปวดตรงไหนที่แปลว่าป่วย
ปวดตรงไหนที่แปลว่าป่วย — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/woman-feeling-exhausted-suffering-from-neck-pain_5216328.htm#page=2&query=pain&position=25

วันนี้เรามีจุดสังเกตที่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ มาเริ่มสังเกตร่างกายกันเลยดีกว่า

  1. คอ

หากคุณเป็นคนที่มักเจ็บต้นคอและมีอาการร้าวบริเวณแขนอยู่เป็นประจำ การเจ็บปวดบริเวณนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาการเจ็บปวดที่บริเวณต้นคอมักจะเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทที่วางตัวอยู่บริเวณนี้ เป็นไปได้ว่าเส้นประสาทที่บริเวณต้นคออาจจะถูกกดทับ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งและต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน

แต่หากใครมักจะมีอาการปวดร้าวบริเวณต้นคอบ่อยๆ อาจจะเกิดจากการที่กล้ามเนื้อเกร็งมากเกินไป และตึงเนื่องมาจากความเครียด ซึ่งสามารถทำให้หายไปได้หากคุณมีการผ่อนคลายเสียบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม หากเมื่อใดก็ตามที่มีอาการตาพร่ามัวร่วมไปกับอาการอาเจียนด้วย ต้องระวังในส่วนของอาการที่เกี่ยวข้องกับสมอง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีความผิดปกติอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะส่วนนี้

2. แขน

หากคุณมีอาการเจ็บแขนร้าวไปถึงปลายมือ อาการที่เกิดขึ้นแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นมาจากการที่เกิดพังผืดรัดเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการแขนร้าวไปถึงปลายมือได้ ดังนั้น ต้องระวังในเรื่องของเส้นประสาทต่างๆให้ดี

3 หลัง

สำหรับใครที่มักจะมีอาการปวดหลังร้าวไปถึงขา คุณอาจจะกำลังเจอกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณส่วนของเอว ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สำคัญมากๆ ต้องลองดูก่อนว่าอาการปวดหลังที่คุณเป็นนั้นร้ายแรงหรือรุนแรงมากน้อยแค่ไหน หากมีอาการที่รุนแรงมาก จำเป็นที่จะต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจจะทำให้คุณไม่สามารถที่จะเดินได้อีกเลยหากละเลยมันไป

ปวดตรงไหนที่แปลว่าป่วย
ปวดตรงไหนที่แปลว่าป่วย — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/office-syndrome-backache-lower-back-pain-concept-man-touching-his-lower-back-pain-point_7264333.htm#page=1&query=pain&position=19

4 อก

อาการเจ็บบริเวณอกร้าวไปถึงแขนซ้าย หมายถึง ภาวะที่หัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะหากคุณรู้สึกปวดเหมือนกับถูกบางสิ่งบางอย่างบีบรัดแน่นๆ ก็จะยิ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ทำให้คุณจำเป็นที่ต้องรีบไปตรวจหัวใจโดยด่วน เพื่อเช็คว่าหัวใจของคุณนั้นยังมีเลือดมาหล่อเลี้ยงตามปกติหรือไม่

5 ก้นกบ

เวลาที่คุณไอแล้วปวดร้าวลงไปจนถึงก้นกบด้านล่างแทบทุกครั้ง ให้เฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นถือว่าคุณอยู่ในกลุ่มภาวะที่มีความเสี่ยงสูงมาก ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

6 หน้าท้อง

อาการเจ็บท้องน้อยไม่จำเป็นต้องพบเจอในบริเวณผู้หญิงเท่านั้น แต่สามารถพบในผู้ชายได้เช่นเดียวกัน การพบเจออาการปวดแบบนี้ในผู้หญิงให้ระวังในส่วนที่เกี่ยวกับเชิงกรานที่อาจจะเกิดการอักเสบ ส่วนผู้ชายให้ระวังในเรื่องของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทั้งนี้ ให้ลองสังเกตว่ามีไข้ร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งหากมีไข้อาจจะเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ

ส่วนใครที่มีอาการเจ็บท้องร้าวทะลุหลัง โดยปกติแล้วถ้ามีอาการที่บริเวณหน้าท้องบนขวามักจะเกี่ยวข้องกับตับ ซึ่งต้องลองดูว่ามีโอกาสที่จะป่วยเป็นนิ่วในถุงน้ำดีหรือถุงน้ำดีอักเสบหรือไม่ แต่ถ้ามีอาการเจ็บท้องบริเวณตรงกลางร่วมกันกับการมีไข้สูง อาจจะเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับตับอ่อนอักเสบ

7 บั้นเอว

อาการเจ็บปวดบั้นเอวร้าวลงขาแบบนี้ให้ลองตรวจสอบดูว่าคุณเกิดก้อนนิ่วในระบบไตหรือไม่ หรืออาจเกี่ยวข้องกับท่อปัสสาวะอักเสบ หากมีเลือดปนมากับปัสสาวะด้วย ให้แนะนำให้ไปตรวจอวัยวะในส่วนนี้เพราะมีความเสี่ยงสูงมาก

8 ผื่น

หากคุณมีผื่นหรือตุ่มใสๆขึ้นตามผิวหนัง แล้วเกิดอาการแสบร้อนประกอบกับเคยมีประวัติการเป็นโรคเริมหรือโรคงูสวัดซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ให้ระวังว่าจะมีอาการปวดร้าวไปตามเส้นประสาท เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีผื่นอีกแล้ว แต่ก็อาจจะสามารถทิ้งอาการแสบร้อนเอาไว้ได้ และอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณนั้นได้บางครั้งบางคราว

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในหลายๆสัญญาณที่จะทำให้คุณได้ลองสังเกตตัวเองให้มากขึ้น อย่าคิดว่าการรับประทานยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียวจะสามารถแก้ไขได้ทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย การแก้ไขที่สุดจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆนั้นเกิดขึ้นมาจากอะไร และเข้าไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางในการแก้ไขปัญหาให้ได้รวดเร็วที่สุด เพื่อที่คุณจะสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นต่อ มีชีวิตที่ปลอดภัย และมีสุขภาพดีได้ทุกวัน