อะไรคือ เก๋ากี้ ผลไม้สุดเก๋า

อะไรคือ เก๋ากี้ ผลไม้สุดเก๋า

การรับประทานผลไม้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทุกคนรับรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการรับประทานอาหารในแต่ละวันอาจจะได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน การเติมผลไม้ในมื้ออาหารจึงเป็นการเสริมส่วนประกอบของวิตามินหรือแร่ธาตุบางอย่างที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้การรับประทานผลไม้ถือเป็นหนึ่งในวิธีการง่ายๆในการดูแลตัวเองในยุคปัจจุบัน

ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งผลไม้ที่มีคุณสมบัติในการดูแลร่างกายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถรับประทานได้หลายรูปแบบทั้งการเป็นผลไม้ เป็นส่วนผสมในอาหาร หรือเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ และถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อมันมากเท่าไหร่นัก แต่รับรองว่าคุณประโยชน์ของมันนั้นมากมายมหาศาลเลยล่ะค่ะ

ผลไม้ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ เก๋ากี้ นั่นเอง หลายคนอาจจะรู้จักผลไม้ตัวนี้ในชื่อของโกจิเบอร์รี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ทั้งนี้ หากพูดถึงคำว่าเบอร์รี่แล้วก็ต้องหมายความว่าเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแน่นอน ใช่แล้วล่ะค่ะ…เก่ากี้เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณสมบัติในการช่วยในการบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งในร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก บำรุงหัวใจ บำรุงผิวพรรณ และช่วยเพิ่มภูมิต้านทานร่างกายได้ด้วย

ขึ้นชื่อว่าเก๋ากี้แล้วก็คงเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ไม่ใช่ผลไม้ไทยแท้ แต่เป็นหนึ่งในผลไม้ของจีนที่นิยมนำมาใช้ในการบำรุงร่างกายตามตำรับแพทย์แผนจีน แต่คนไทยก็นิยมนำเอาเก๋ากี้มารับประทานกันไม่น้อยเลย โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทานในรูปแบบของเก๋ากี้ตากแห้งและเป็นน้ำคั้นสด ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักอย่างละเอียดกับผลไม้ชนิดนี้กันค่ะ

อะไรคือ เก๋ากี้ ผลไม้สุดเก๋า
อะไรคือ เก๋ากี้ ผลไม้สุดเก๋า — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/dried-goji-berries-isolated_10620325.htm#page=1&query=gojiberry&position=9

เก๋ากี้เป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ที่มีผลเล็กและมีสีแดงสด มีเมล็ดเล็กจำนวนมากอยู่ในผลของเก๋ากี้ รสชาติของเก๋ากี้จะอยู่ในโทนหวานและเปรี้ยว ซึ่งถือว่าเป็นรสชาติที่ทานได้ง่ายและมีสารอาหารที่สำคัญมากมาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ ไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงกรดอะมิโนสำคัญต่างๆที่ร่างกายต้องการ ทำให้มีประโยชน์ต่อการรับประทานในการบำรุงร่างกายในชีวิตประจำวันของคนในทุกเพศทุกวัย

ในส่วนของประโยชน์ของเก๋ากี้สามารถแบ่งออกเป็นหัวข้อได้ดังต่อไปนี้

1 เสริมภูมิคุ้มกัน หากคุณรู้สึกว่าช่วงนี้ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ อาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆ ก็แนะนำให้คุณได้มีการรับประทานเก๋ากี้เข้าไปเพื่อช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็จะช่วยทำให้คุณสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี

2 ลดน้ำหนัก เนื่องมาจากไฟเบอร์ในเก๋ากี้นั้นมีปริมาณที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงสามารถใช้เก่ากี้เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เมื่อมีการรับประทานเก๋ากี้เข้าไปจะช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น และเข้ากันกับอาหารสุขภาพอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ตหรือสลัด

3 บำรุงสายตา ในเก๋ากี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงทำ ให้ช่วยในการยับยั้งการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆรวมไปถึงช่วยในการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี

4 ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพ สำหรับคุณผู้ชายที่ต้องการอยากจะเสริมความแข็งแรงของสเปิร์มหรืออสุจิ การรับประทานเก๋ากี้ช่วยคุณได้อย่างแน่นอน เพราะจะช่วยทำให้ปริมาณอสุจิเพิ่มขึ้น เคลื่อนไหวตัวได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการเพิ่มฮอร์โมนชายอย่างเทสโทสเตอโรน ซึ่งทำให้คุณมีสมรรถภาพทางเพศที่สูงมากกว่าเดิม

การรับประทานสามารถทำได้หลายแบบ เช่น การต้มเก๋ากี้กับน้ำแล้วใช้ดื่มแทนน้ำชา การกินเก๋ากี้สดก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ จะต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องสักระยะหนึ่งจึงเกิดประสิทธิภาพที่ดีต่อร่างกาย

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เก๋ากี้เป็นเครื่องปรุงอาหารได้ด้วย เช่น การนำไปตุ๋นกับเนื้อสัตว์เพื่อเป็นอาหารบำรุงร่างกาย การต้มจนเปื่อยแล้วกรองเอากากออก การทำเป็นขนมหรือของว่าง มากไปกว่านั้น ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในปัจจุบัน ก็มีผู้ประกอบการหลายท่านที่เปลี่ยนเก๋ากี้ให้กลายเป็นน้ำผลไม้สกัดเข้มข้น ที่มีรสชาติเข้มข้น อร่อย ทานง่าย เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สามารถหารับประทานได้ง่ายและสะดวกต่อการบำรุงร่างกาย

อะไรคือ เก๋ากี้ ผลไม้สุดเก๋า
อะไรคือ เก๋ากี้ ผลไม้สุดเก๋า — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/goji-bowl-wood-table-top-view-fresh-goji-scoop-bowl_6986787.htm#page=1&query=gojiberry&position=14

ผลไม้ชนิดนี้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย สำหรับปริมาณในการรับประทานที่เหมาะสมในแต่ละวันก็จำเป็นที่จะต้องจำกัดให้ดี สำหรับผู้ใหญ่แล้วสามารถรับประทานเก๋ากี้ได้วันละ 20 กรัม ถึง 30 กรัม ในทางกลับกันหากคุณรับประทานมากไปกว่านี้อาจจะทำให้เกิดเป็นผลเสียต่อร่างกายแทนที่จะรับประโยชน์ได้

อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะรับประทานผลไม้ชนิดนี้ นั่นก็คือคนที่มักจะมีน้ำตาลในเลือดคนข้างต่ำ หน้ามืดบ่อยๆ หรือมีการใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการต้านการแข็งตัวของเลือด รวมไปถึงคนที่เพิ่งคลอดหรืออยู่ในช่วงการให้นมบุตร ก็ไม่ควรที่จะรับประทานผลไม้ชนิดนี้

สุดท้ายอาหารทุกอย่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น ก่อนที่จะรับประทานอะไรเพื่อทำให้ร่างกายนั้นได้รับประโยชน์ก็จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาคุณสมบัติของมันให้ดีก่อน เพื่อที่จะทำให้คุณนั้นได้รับแต่ประโยชน์ที่คุณต้องการ และลดความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากอาหารที่อยู่ใกล้ตัวคุณได้