การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, เกี่ยวกับโรค

คุณเป็นคนโชคร้ายที่แพ้กุ้งหรือเปล่า?

คุณเป็นคนโชคร้ายที่แพ้กุ้งหรือเปล่า

อาการแพ้อาหารเป็นหนึ่งในสิ่งที่อาจจะทำร้ายชีวิตของคนเราได้เลย ยิ่งถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองแพ้อะไร แล้วเผลอไปกินอาหารนั้นๆ อาจจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือเกิดอันตรายหลายๆอย่างกับร่างกายได้ ซึ่งนอกจากจะไม่ได้รับประโยชน์จากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้ว ยังกลายเป็นโทษต่อร่างกายอย่างมากมายอีกด้วย

หนึ่งในอาการแพ้อาหารที่คนส่วนใหญ่เป็นกันมาก ก็คือ การแพ้อาหารทะเลประเภทกุ้ง ซึ่งคงเป็นทั้งความโชคร้ายที่คุณนั้นจะไม่มีโอกาสได้รับประทานอาหารอร่อยๆอย่างกุ้ง แถมยังต้องคอยระวังด้วยว่าในอาหารที่คุณกำลังจะรับประทานอยู่นั้นมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับกุ้งหรือไม่

วันนี้เราจะมาลองเจาะลึกในเรื่องของอาการแพ้กุ้งให้คุณได้รับรู้รายละเอียดให้มากขึ้นกันค่ะ ว่าเกิดขึ้นมาจากอะไร อาการจะมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน หรือต้องมีการระมัดระวังตัวเองอย่างไรบ้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองมากที่สุด

คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่มีอาการแพ้กุ้งหรืออาจจะมีคนรอบข้างที่มีอาการแพ้กุ้ง ซึ่งอาการแพ้อาหารจะเกิดขึ้นหลังจากที่่ได้ในการรับประทานอาหารนั้นไปแล้ว โดยอาจจะเกิดขึ้นในทันทีทันใดหรือเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารไปหลายชั่วโมงก็ได้ ลักษณะของอาการที่เกิดขึ้นก็มีความหลากหลายสามารถแบ่งอาการที่แสดงออกผ่านทางส่วนต่างๆของร่างกายได้ ดังต่อไปนี้

1 ผิวหนัง อาการที่แสดงออกผ่านทางผิวหนังจะมีตั้งแต่อาการคัน อาการบวม ผื่นแดง หรือลมพิษ ซึ่งจะเกิดขึ้นตามบริเวณผิวหนังในส่วนของใบหน้า เปลือกตา คอ หรือริมฝีปาก ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายๆส่วนก็ได้

2 ระบบทางเดินหายใจ อาการที่แสดงออกผ่านทางจะมีผลทำให้หายใจไม่สะดวก อาจจะมีอาการไอ มีน้ำมูก คัดจมูก หรือหายใจได้อย่างยากลำบาก

3 ระบบทางเดินอาหาร อาการที่แสดงออกที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ถ่ายเหลว อาเจียน หรือมีอาการปวดท้อง เป็นต้น

4 ระบบประสาท อาการที่แสดงออกที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทจะทำให้เกิดอาการบ้านหมุน หน้ามืด หรือเป็นลม

อาการต่างๆเหล่านี้เป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองมากกว่าปกติจากสารบางอย่างในตัวกุ้ง จนทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารเคมีออกมาเพื่อกำจัดสารนั้นๆ เมื่อเกิดการต่อสู้ระหว่างสารนั้นๆกับร่างกาย จึงแสดงให้เกิดความผิดปกติขึ้นมา ซึ่งมักเป็นอาการที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

คุณเป็นคนโชคร้ายที่แพ้กุ้งหรือเปล่า?
คุณเป็นคนโชคร้ายที่แพ้กุ้งหรือเปล่า? — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/grilled-river-prawn_4016838.htm#page=1&query=Macrobrachium%20rosenbergii&position=10

อาการตามที่กล่าวไปข้างต้นอาจจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อาการเล็กๆน้อยๆไปจนถึงอาการที่รุนแรง ซึ่งอาการที่รุนแรงอาจเป็นภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต อาจจะทำให้เกิดมีอาการหายใจไม่ออก ชีพจรเต้นเร็ว ความดันต่ำ ช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้เลยหากไม่ได้รับการดูแลหรือถึงส่งถึงมือแพทย์อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ความรุนแรงของอาการก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นๆมีความไวต่อสารที่แพ้ในกุ้งมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงปริมาณของกุ้งที่รับประทานเข้าไปมากน้อยเช่นไรด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากมีการรับประทานเข้าไปในปริมาณที่สูง ก็ย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดความรุนแรงต่อร่างกายที่มากกว่า

นอกจากนี้ อาจจะเกิดคำถามสำหรับคนบางคนว่า…เหตุใดบางคนถึงเพิ่งจะมาแสดงอาการแพ้กุ้งในตอนที่อายุมากขึ้นแล้ว ทั้งที่ตอนเด็กๆก็สามารถรับประทานกุ้งได้โดยปกติ เหตุผลก็คงมาจากการที่ว่า…ในร่างกายอาจจะมีการสะสมของสารก่ออาการแพ้มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ยังไม่มากเพียงพอที่ทำให้เกิดอาการ เมื่อเวลาผ่านไปสารตัวนี้สะสมมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่งและถูกกระตุ้นมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จึงส่งผลให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้เมื่อมีอายุมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ บางคนยังแพ้กุ้งเพียงแค่บางสายพันธุ์เท่านั้น อาจจะสามารถทานกุ้งสายพันธุ์หนึ่งได้ แต่ไม่สามารถทานอีกสายพันธุ์หนึ่งได้เลย ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เนื่องจากในกุ้งแต่ละสายพันธุ์จะโปรตีนที่แตกต่างกันในแต่ละชนิด จึงย่อมทำให้เกิดอาการแพ้ที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้คุณจะแพ้กุ้งแต่คุณก็อาจจะยังสามารถรับประทานอาหารทะเลชนิดอื่นๆได้ตามปกติ เป็นเพราะว่า อาหารทะเลนั้นๆอาจจะไม่ได้มีสารตัวที่คุณแพ้อยู่นั้นเอง ทั้งนี้ สารอาหารตัวสำคัญที่มีผลทำให้เกิดอาการแพ้ก็ คือโปรตีนบางชนิด แต่จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกุ้งแต่ละประเภทหรือแต่ละพันธุ์นั่นเอง

คุณเป็นคนโชคร้ายที่แพ้กุ้งหรือเปล่า?
คุณเป็นคนโชคร้ายที่แพ้กุ้งหรือเปล่า? — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/shrimp-plate-with-dipping-sauce-thai-food-grilled-shimp_2215661.htm#page=1&query=shimp&position=8

ในส่วนของคนที่เกิดอาการแพ้กุ้งก็จำเป็นจะต้องรู้ถึงวิธีการในการปฏิบัติตน ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตอาการของตัวเองโดยต้องดูก่อนว่าหากภายในระยะเวลา 5-10 นาที อาการต่างๆที่เป็นอยู่ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการคันที่มากขึ้นรวมไปถึงการมีผื่นแดงขึ้นทั่วตามผิวหนังร่างกาย ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาอาการอย่างทันที

แต่หากอาการไม่ได้ย่ำแย่ไปกว่าเดิม ก็สามารถใช้คาลาไมล์ในการบรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยยาเป็นการรักษาตามอาการ แต่ไม่ได้เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการดูแลตัวเองและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่คาดว่าหรือมีความเสี่ยงว่าจะมีส่วนประกอบของสารบางตัวที่ร่างกายของเราแพ้ ก็จะเป็นวิธีการสำคัญที่จะทำให้คุณนั้นมีความปลอดภัยในร่างกายได้มากที่สุด