การดูแลสุขภาพ, การออกกำลังกาย, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, เกี่ยวกับโรค

คนโลกส่วนตัวสูงเป็นอย่างไร

คนโลกส่วนตัวสูงเป็นอย่างไร

คนในโลกนี้มีหลากหลายประเภท บางคนก็เป็นคนที่ช่างพูด ช่างเจรจา ชอบที่จะรวมกลุ่มกันกับผู้อื่น ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้หากขาดสังคม แต่ในทางกลับกันก็มีคนอีกกลุ่มนึงเหมือนกันที่ไม่ชอบที่จะรวมกลุ่มกับใคร ชอบที่จะเก็บตัวอยู่คนเดียว หลีกหนีสังคม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาการป่วยที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบรับการดูแล เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถที่จะออกมาใช้ชีวิตอยู่กับสังคมได้ตามปกติดังเดิม

กลุ่มคนเก็บตัวเหล่านี้ เราสามารถพบเห็นได้มากในต่างประเทศ เช่นประเทศที่มีการใช้ชีวิตอย่างเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกดดันในประเทศญี่ปุ่น ในประเทศไทยก็มีผู้ป่วยที่มีลักษณะดังกล่าวนี้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าอาจจะมีในปริมาณที่น้อยกว่า ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คนที่มีอาการต่างๆเหล่านี้ควรที่จะได้รับการบำบัดโดยจิตแพทย์ทั้งนั้น

คนที่เก็บตัวหรือเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงจะไม่ชอบที่จะออกมาพบปะกับผู้คน และชอบที่จะเก็บตัวอยู่คนเดียว โดยกลุ่มคนที่กล่าวถึงในที่นี้มีชื่อเรียกว่า NEET ซึ่งย่อมาจาก Not in Education , Employment or Training โดยจะเป็นบุคคลที่มีอายุระหว่าง 15 – 24 ปี ซึ่งจริงๆแล้วต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในวัยเรียน แต่คนเหล่านี้จะไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้ฝึกฝนความสามารถในตัวของตัวเองเลย แต่บุคคลเหล่านี้จะทำเพียงแค่การเก็บตัวอยู่ในห้อง และหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจ เช่น การอ่านหนังสือการ์ตูน หรือการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เท่านั้น โดยมักจะมีครอบครัวคอยสนับสนุนในเรื่องของปัจจัยต่างๆในการใช้ชีวิต ทำให้พวกเขาไม่รู้สึกอยากที่จะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองแต่อย่างใด

คนโลกส่วนตัวสูงเป็นอย่างไร
คนโลกส่วนตัวสูงเป็นอย่างไร — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/woman-looking-through-window-during-quarantine_10869547.htm#page=1&query=confine&position=5

อย่างไรก็ตาม คนประเภทนี้ยังสามารถที่จะออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง เช่น การออกไปซื้อของกิน เป็นต้น ถึงอย่างนั้น ก็มักจะเลือกช่วงเวลาที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน เพราะไม่ต้องการที่จะเข้าสังคม และไม่ต้องการที่จะพูดคุยกับใคร หากเมื่อใดก็ตามที่ถูกบังคับให้ออกไปเผชิญหน้ากับสังคมหรือต้องพบเจอคนหมู่มาก อาจจะเกิดอาการแพนิคได้

สาเหตุของอาการที่ทำให้กลุ่ม NEET เกิดอาการดังกล่าวนี้ ก็อาจจะเกิดขึ้นมาจากหลายๆปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลี้ยงดูของพ่อแม่แบบ Over protection ทำให้ลูกไม่ต้องการที่จะออกไปพบกับสังคมเลย เพราะชีวิตของเขามีพ่อแม่คอยดูแลและทำให้ทุกอย่างแล้ว หรือในบางคนอาจจะเกิดจากการที่ได้รับแรงกดดันจากสังคมรอบข้างอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถที่จะปรับตัวเองเข้ากับสังคมได้ นอกจากนี้ อาจจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่เคยเกิดความล้มเหลวในชีวิตมาก่อน จนทำให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นควรจะเก็บตัวและไม่ออกไปเผชิญหน้ากับสังคมอีก

ต้องยอมรับว่าคนกลุ่มนี้ถือเป็นปัญหาของสังคมที่ไม่น้อยกว่าปัญหาอาชญากรรมหรือปัญหายาเสพติดเลย เพราะพวกเขาคือคนกลุ่มคนที่ว่างงาน แต่ยังคงต้องใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วๆไป ซึ่งเงินที่นำมาใช้ในการรองรับการใช้ชีวิตของคนเหล่านี้ก็ต้องมาจากการสนับสนุนของรัฐบาลหรือเป็นเงินภาษีของประชาชน ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆเกิดอาการไม่พอใจและต่อต้านบุคคลเหล่านี้ ที่ไม่ได้มีประโยชน์ใดๆต่อสังคม แต่กลับมาใช้เงินที่เป็นภาษีส่วนรวมของประเทศ

นอกจากนี้ กลุ่มคนที่มีอาการดังกล่าวยังถือเป็นภาระอย่างใหญ่หลวงของครอบครัว ที่จำเป็นจะต้องหาเงินให้มากขึ้นเพื่อมาเลี้ยงดูพวกเขา ทั้งๆที่พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะทำรายได้ให้กับครอบครัวได้เลย ยิ่งหากครอบครัวนั้นกำลังเผชิญหน้ากับเศรษฐกิจที่ตกต่ำ หรือมีภาระจากการเลี้ยงดูผู้สูงอายุคนอื่นๆด้วย ก็จะยิ่งทำให้กลายเป็นปัญหาที่ไม่มีที่สิ้นสุด

อาการดังกล่าวนี้อาจจะถูกพัฒนาให้เป็นอาการทางจิตอื่นๆไม่ว่าจะเป็นการเกิดเป็นโรคซึมเศร้า การทำร้ายตัวเอง การทำร้ายผู้อื่น หรือการฆ่าตัวตายในที่สุด

คนโลกส่วนตัวสูงเป็นอย่างไร
คนโลกส่วนตัวสูงเป็นอย่างไร — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/young-blonde-beautiful-woman-white-t-shirt-grey-leggings-with-glasses-is-sitting-windowsill-reading-book_13346911.htm#page=2&query=introvert&position=11

วิธีการที่จะทำให้บุคคลเหล่านั้นหายจากอาการที่ว่านี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการบำบัดจิตใจ และจำเป็นจะต้องทำตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาการณ์ต่างๆให้หายได้ขาด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการเยียวยาอาการ ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลาในการรักษาจะมากหรือน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแผลเป็นที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจของพวกเขารุนแรงมากแค่ไหน หากสามารถแก้ปมในใจได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง และกลับมาเป็นคนปกติที่ใช้ชีวิตภายนอกได้ด้วยตัวเอง และสามารถทำประโยชน์ให้สังคมในอนาคตข้างหน้าได้

วิธีการในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การให้กำลังใจจากครอบครัวผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อที่จะทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการทํางาน หรือการใช้ชีวิต สามารถออกไปพบปะกับผู้คนได้เหมือนกับที่คนปกติทั่วๆไปทำกัน กลุ่มคนต่างๆเหล่านี้สามารถที่จะเปลี่ยนให้กลายเป็นคนปกติได้หากคนรอบข้างช่วยเหลือและคอยสนับสนุนในทางที่ถูกต้อง และสังคมต้องเปิดโอกาสต้อนรับพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง ก็จะทำให้บุคคลต่างๆนี้สามารถกลับมามีชีวิตที่ปกติสุขได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

แม้ว่าสังคมของเราจะมีความแตกต่างในด้านของนิสัย การศึกษา หรือฐานะทางสังคม ทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ เพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่เพื่อวันนี้และวันข้างหน้า