ลูกอารมณ์ร้าย หรือว่าเป็นเพราะเรา?

ลูกอารมณ์ร้าย หรือว่าเป็นเพราะเรา?

ในปัจจุบันมีพ่อแม่จำนวนมากที่ต้องทำงานไปด้วยและเลี้ยงลูกไปด้วยในเวลาเดียวกัน ทำให้อาจจะมีเวลาดูแลลูกได้อย่างไม่ใกล้ชิดเพียงพอ และอาจจะทำให้ลูกเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นกับร่างกายหรือจิตใจ รวมถึงการแสดงอารมณ์รุนแรงได้ ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้ อาจจะทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมความรุนแรงและนำไปใช้จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้ได้

พ่อแม่ควรที่จะให้ความใส่ใจและตระหนักถึงปัญหาสำคัญในส่วนนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของอารมณ์ของลูกแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลและใส่ใจอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ อารมณ์โกรธของเด็กเป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าในตอนที่เป็นผู้ใหญ่ ปัจจัยความโกรธที่ทำให้เด็กแสดงอารมณ์ต่างๆหรือแสดงพฤติกรรมต่างๆออกมามีอยู่หลากหลายปัจจัย ซึ่งในวันนี้เราจะมาลองทำความเข้าใจ และหาวิธีการแก้ไขไปพร้อมกัน

ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีอารมณ์โกรธสามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยหลัก ก็คือ เด็กไม่สามารถที่จะควบคุมความโกรธของตัวเองได้ ซึ่งมีปัจจัยแวดล้อมประกอบด้วย

1 ปัจจัยทางร่างกาย อาจจะเป็นเพราะเด็กมีโรคภัยไข้เจ็บบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับร่างกายหรือโครงสร้างสมอง ซึ่งส่งผลทำให้เกิดอารมณ์ที่หงุดหงิดหรือซึมเศร้าได้

2 ปัจจัยทางจิตใจ ต้องพิจารณาพื้นฐานอารมณ์ทางธรรมชาติของเด็กว่าเป็นคนอย่างไร เป็นคนที่เจ้าอารมณ์ โมโห หรือไม่มีความอดทนหรือไม่

3 ปัจจัยทางสภาพแวดล้อม ซึ่งก็คือการเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือพ่อแม่ หากพวกเขาเคยสังเกตเห็นว่าคนใกล้ตัวแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยการใช้อารมณ์ ก็อาจจะซึมซับสิ่งต่างๆเหล่านี้มา และเอาออกมาใช้แสดงอาการตัวเองได้

ลูกอารมณ์ร้าย หรือว่าเป็นเพราะเรา?
ลูกอารมณ์ร้าย หรือว่าเป็นเพราะเรา? — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/picture-shocked-young-unshaven-male-stylish-clothes-covering-ears-because-naughty-spoiled-female-child-who-is-crying-shouting-loudly_10898119.htm#query=child%20angry&position=30

เมื่อไหร่ก็ตามที่เด็กเริ่มแสดงอาการโกรธอย่างรุนแรงและมีพฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้น ผู้ปกครองจำเป็นที่ต้องมีการสังเกตอาการโกรธของเด็ก โดยหากเริ่มมีอาการที่ไม่ธรรมดาเหมือนกับเด็กทั่วไป ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าควบคุมและแก้ไขปัญหาโดยด่วน

อาการโกรธที่ไม่ธรรมดา ได้แก่ การหยิก การดึงผม การชุดกระชาก การขว้างปาสิ่งของ การลงไปชักดิ้นชักงอ การร้องไห้ติดต่อกันนานเป็นชั่วโมง การทำร้ายผู้อื่น เป็นต้น ซึ่งหากเด็กเริ่มมีพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ นั่นหมายความว่าเริ่มเป็นความรุนแรงแบบที่รับมือไม่ได้แล้ว และจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน

การเข้ารับการรักษาต้องมีการเข้าพบจิตแพทย์เด็ก ที่มีความสามารถในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด วิธีการรักษาจะเริ่มต้นจากการซักประวัติก่อนว่าความผิดปกติทางอารมณ์ที่เด็กเป็นอยู่นั้นเกิดขึ้นจากปัจจัยใดเป็นสำคัญ เพื่อที่จะช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กร่วมไปกับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว

หากมีการแก้ไขในระดับต้นแล้วอาการของเด็กยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะต้องมีการรับประทานยา ซึ่งการรับประทานยาจะช่วยให้อาการของเด็กดีขึ้น 70 ถึง 80% เว้นแต่ว่าจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เช่น เด็กขาดกำลังใจจากผู้ปกครอง ก็อาจจะทำให้ยามีประสิทธิภาพในการรักษาลดลงเหลือเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรที่จะรู้ก็คือต้นเหตุของความรุนแรงที่ทำให้เด็กแสดงอาการที่ไม่ดีออกมา ซึ่งต้นเหตุสามารถเกิดขึ้นได้จาก 4 กลุ่มใหญ่ๆต่อไปนี้

ลูกอารมณ์ร้าย หรือว่าเป็นเพราะเรา?
ลูกอารมณ์ร้าย หรือว่าเป็นเพราะเรา? — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/boy-being-angry-front-laptop_11299502.htm#query=child%20angry&position=42

1 ครอบครัว คุณหรือเปล่าที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กเกิดอารมณ์ที่รุนแรง ผู้ปกครองที่เลี้ยงดูเด็กขาดความอดทนที่จะดูแลเด็กหรือไม่ หรือเป็นเพราะคุณมีชีวิตคู่ที่ไม่ราบรื่น และมักจะมีการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัวให้เด็กเห็นอยู่เสมอ รวมไปถึงการที่คุณอาจจะตั้งความหวังในตัวเด็กสูงเกินไปไหม จึงทำให้เด็กรู้สึกกดดันและแสดงอาการที่ไม่เหมาะสมออกมา หรืออาจเป็นเพราะคุณแสดงความไม่ต้องการที่จะเลี้ยงดูพวกเขา จนอาจจะให้เด็กแสดงอาการที่ไม่ดีออกมาก็ได้ ปัจจัยนี้ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญและมีผลอย่างยิ่งต่ออาการที่เกิดขึ้น

2 ตัวเด็กเอง พื้นฐานอารมณ์เขาเป็นคนอย่างไร และเค้ามีพัฒนาการที่เติบโตเป็นไปตามวัยหรือไม่

3 สภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจหรือสังคมที่เกิดขึ้นในครอบครัวก็ล้วนแต่มีผลสำคัญที่จะทำให้เด็กแสดงความรุนแรงออกมาได้ทั้งสิ้น

4 การศึกษาที่ไม่เหมาะสม หากคุณส่งเสริมการศึกษาในวัยเรียนที่ไม่เหมาะสม เช่น เร่งรัดให้เด็กเรียนเร็วจนเกินไป อาจจะทำให้เกิดความกดดันทางอารมณ์ และแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมาได้

วิธีการแก้ไขในระยะยาวที่สำคัญที่สุด ก็คือ การที่จะต้องพยายามสอนให้เด็กสามารถจัดการกับความโกรธได้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความใส่ใจของผู้ปกครอง การเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น พยายามเข้าใจว่าความโกรธที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติ และพยายามหาวิธีในการเบี่ยงเบนความสนใจที่เหมาะสม รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและเรียนรู้ ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดความรุนแรงของอารมณ์ของลูกน้อยของคุณได้

อารมณ์โกรธสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้แต่ในเด็ก ซึ่งหากคุณสามารถที่จะดูแลอารมณ์ของเด็ก ซึ่งเป็นช่วงวัยเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี สามารถที่จะสอนให้เด็กสามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้เด็กสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของเขาได้ และสามารถที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพดี ควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อย่างเหมาะสม และประสบความสำเร็จในอนาคตได้