การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้, เกี่ยวกับโรค

โรคฤดูร้อนที่เกิดกับเด็ก

โรคฤดูร้อนที่เกิดกับเด็ก

ฤดูร้อนในประเทศไทยถือว่าเป็นความร้ายกาจที่เราจะต้องอดทนให้ได้กับอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น จนอาจจะทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะบุคคลที่อ่อนแอกว่าอย่าง “เด็กน้อย” เมื่อต้องตกอยู่ในสภาวะอากาศที่ร้อนจัดจนเกินไป ก็จะทำให้เด็กน้อยเกิดอาการป่วยได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ จนทำให้เกิดโรคภัยต่างๆตามมา

คนที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองจำเป็นที่จะต้องดูแลลูกหลานคุณอย่างใกล้ชิด และจะต้องรู้ด้วยว่าโรคใดบ้างที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่ร้อนจัดขณะนี้ เพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องพบเจอกับโรคที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กทั้งร่างกายและจิตใจ

คุณจะต้องมีวิธีการในการเรียนรู้หรือรับมือ รวมไปถึงการป้องกันโรคร้ายในฤดูร้อน อย่างไรบ้าง ไล่เรียงกันทีละข้อกันได้เลยค่ะ

1 โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร

ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารได้ทั้งสิ้น แต่สำหรับเด็กแล้วความรุนแรงหรือความร้ายจากของอาการที่เกิดขึ้นจะมากกว่าผู้ใหญ่ เหตุผลก็เพราะว่าในหน้าร้อนจะถึงเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ซึ่งจะส่งผลให้อาหารเน่าเสียหรือบูดได้เร็วกว่าปกติ

การเก็บรักษาอาหารต่างๆในอุณหภูมิสูง จะทำให้เสี่ยงกับการที่เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดเป็นโรคอาหารเป็นพิษหรือโรคท้องร่วงได้ หากเกิดอาการรุนแรงอาจทำให้ช็อกหมดสติได้เลย

สิ่งสำคัญในการแก้ไขและป้องกัน ก็คือ การพยายามรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และมีการหมั่นล้างมือด้วยวิธีการที่ถูกต้องอยู่เสมอโดยเฉพาะก่อนที่จะตักอาหารรับประทานเข้าปาก

โรคฤดูร้อนที่เกิดกับเด็ก
โรคฤดูร้อนที่เกิดกับเด็ก — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/indoor-shot-little-girl-with-fair-hair-lying-her-bed-hugging-favourite-toy-having-unknown-hand-forehead-checking-temperature_8988130.htm#page=1&query=headache%20kid&position=11

2 การเกิดผดร้อน

โรคผดร้อน เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการที่รูขุมขนอุดตัน ทำให้ไม่สามารถจะขับเหงื่อออกมาได้ จนกลายเป็นตุ่มแดงเกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง และทำให้เกิดอาการคัน รวมไปถึงอาการไม่สบายตัวร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ผดแบบนี้สามารถหายไปได้เองในเวลา 1-2 วัน แต่หากคุณเห็นว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1 ถึง 2 วันแล้ว ผดที่เกิดขึ้นกับผิวหนังของลูกคุณยังไม่ยุบลง ก็ควรที่จะรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจจะเป็นผดชนิดอื่นหรือเป็นผดที่มีความรุนแรงเป็นพิเศษ

ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดผื่นหรือผดใดๆก็ทำได้โดยการพยายามใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ใส่สบาย และไม่ทาโลชั่นที่ผิวจนหนาจนเกินไป

3 อาการเลือดกำเดาไหล

ถือเป็นความผิดปกติที่พบได้ในเด็ก ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ทำให้จมูกของพวกเขาไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ทำให้มักเกิดอาการจาม คัดจมูก และขยี้จมูกรุนแรงจนทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในโพรงจมูกแตก และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกำเดาไหลนั่นเอง

เมื่อใดก็ตามที่ลูกของคุณเกิดเลือดกำเดาไหลแล้ว ก็จะต้องแก้ไขให้ถูกวิธี โดยใช้มือกดไปที่รูจมูกข้างที่ืเลือดไหลและก้มศีรษะลงเล็กน้อย ไม่ควรให้เด็กหงายหน้าเพราะจะทำให้เลือดไหลลงไปในคอ และอาเจียนออกมาได้

หากเลือดไม่หยุดไหลภายใน 30 นาที ต้องรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจจะเป็นปัญหาอื่นๆ ที่แทรกซ้อนเข้ามา

4 โรคระบบทางเดินหายใจ

ในช่วงฤดูร้อน อากาศจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างบ้านที่เย็นกว่ากับนอกบ้านที่ร้อนจัด ซึ่งการสับเปลี่ยนของอุณหภูมิอากาศ อาจจะทำให้ลูกของคุณปรับตัวไม่ทัน จนเกิดเป็นอาการปวดหัวตัวร้อน หรือเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ

วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด ก็คือ การให้ลูกน้อยดื่มน้ำอุ่นมากๆ ถ้ามีไข้ก็ให้รับประทานยาลดไข้ และเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อระบายความร้อนออกมา

โรคฤดูร้อนที่เกิดกับเด็ก
โรคฤดูร้อนที่เกิดกับเด็ก — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/child-whose-depression-with-his-hands-closed_6966752.htm#page=1&query=headache%20kid&position=19

5 โรคพิษสุนัขบ้า

สัตว์เลี้ยงกับเด็กเล็กเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องดูแลอย่างดี เพราะในช่วงฤดูร้อนอาจจะทำให้สัตว์เลี้ยงหงุดหงิดได้ง่าย และอาจจะเผลอไปกัดเจ้าของ โดยเฉพาะเด็กน้อยแล้วจะยิ่งเสี่ยงต่อการโดนกัดได้มากกว่า

พ่อแม่ควรที่จะมีการระวังและพยายามป้องกันไม่ให้ลูกเสี่ยงต่อการโดนสุนัขกัด ไม่ว่าจะเป็นสุนัขของตนเองหรือเป็นสุนัขจรจัดอื่นๆก็ตาม

หากถูกกัดไปแล้ว ต้องรีบล้างแผลด้วยสบู่และนำตัวมาพบแพทย์โดยด่วน เพื่อจะได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าอย่างทันท่วงที

6 โรคฮีทสโตรกหรือลมแดด

เมื่อร่างกายได้รับความร้อนจากการยืนตากแดดเป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตและสมองแปรปรวน อาการของโรคลมแดดจะมีอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีเหงื่อ มีอาการหน้าแดง ปวดศีรษะ และกระหายน้ำ ชีพจรเต้นเร็ว แต่ความดันโลหิตจะลดลง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบให้การรักษาโดยด่วน

หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้เกิดอาการเสียชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ปกครองควรที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการฮีทสโตรกกับเด็กเล็ก โดยป้องกันไม่ให้เด็กออกไปวิ่งเล่นกลางแดดเป็นเวลานานๆ ก็จะช่วยป้องกันโรคได้

ในฤดูร้อนแบบนี้ นอกจากการดูแลสุขภาพของตัวเองแล้ว ก็ต้องไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพของคนใกล้ชิดด้วย เพราะพวกเขาจะมีภูมิต้านทานร่างกายที่ต่ำกว่าผู้ใหญ่ เสี่ยงต่อการป่วยได้ง่ายกว่า อีกทั้ง เด็กเล็กอาจจะยังไม่สามารถที่จะบอกเล่าถึงอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ ก็จะยิ่งทำให้เราพาตัวเด็กไปส่งแพทย์่เพื่อรักษาอาการป่วยได้ช้าลง และก็จะยิ่งกลายเป็นอันตรายที่มากขึ้นไปกว่าเดิม