การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

ตื่นเช้าสดใสง่ายๆ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไร

ตื่นเช้าสดใสง่ายๆ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไร

การใช้นาฬิกาปลุกเป็นตัวช่วยในการทำให้เราตื่นนอนในตอนเช้า ถือเป็นสิ่งที่หลายๆคนนิยมทำกัน เพราะมันจะให้เราสามารถตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมๆได้ทุกวัน แม้ว่าในบางวันอาจจะไม่ได้เข้านอนในเวลาเดิม ต้องนั่งทำงานหรือดูซีรีย์จนดึกดื่น จนทำให้ไม่สามารถตื่นในเวลาเดิมได้ นาฬิกาก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้เราสามารถจะตื่นนอนได้ตรงเวลา และสามารถออกไปทำงานได้ทันเวลาในทุกๆวัน

แต่ถึงแม้ว่าจะตั้งนาฬิกาปลุกแล้ว บางคนก็ยังมีปัญหากับการตื่นอยู่ดี ทำให้จำเป็นจะต้องมีการตั้งปลุกหลายๆรอบ หรือต้องมีการใช้เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังมากๆ เพื่อให้สามารถปลุกให้ตื่นได้ในแต่ละวัน ซึ่งต้องยอมรับว่าการใช้นาฬิกาปลุกอาจจะทำให้คุณมีปัญหาต่อสุขภาพในการนอนและสุขภาพร่างกาย เหตุผลที่เรากล่าวเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวไว้ว่า….การที่เราใช้เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังกระชากวิญญาณ อาจจะทำให้ชีวิตของคุณในวันนั้นล้มเป็นท่า ง่วง ซึม และพร้อมที่จะหลับตลอดเวลาได้

ในขณะเดียวกัน การที่เราใช้เสียงในการปลุกที่ไพเราะเสนาะหูมากกว่า จะมีผลมากที่ดีในการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า สามารถในชีวิตในช่วงกลางวันได้อย่างมีความสุข และสามารถลดอาการงัวเงียได้

เพียงแค่ความแตกต่างของการเลือกใช้เสียงนาฬิกาปลุกจะมีผลต่อสุขภาพกายของเรามากขนาดนี้เชียวหรือ? ลองมาหาอ่านคำอธิบายกันดีกว่าค่ะ

ตื่นเช้าสดใสง่ายๆ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไร
ตื่นเช้าสดใสง่ายๆ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไร — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/sleepy-woman-reaching-holding-alarm-clock_3937735.htm#page=1&query=clock%20wake%20up&position=5

งานวิจัยที่ชื่อว่า “Alarm tones, music and their elements: Analysis of reported waking sounds to counteract sleep inertia” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของนักวิจัย RMIT University ประเทศออสเตรเลีย พบว่า การที่เราตั้งนาฬิกาปลุกเสียงดังๆหรือใช้เสียงที่รุนแรง จะให้เรารู้สึกตกใจจนตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา ทำให้เกิดอาการมึนงง งัวเงีย หรือง่วงเหงาหาวนอนไปตลอดทั้งวัน

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากการตื่นด้วยการใช้นาฬิกาปลุกเสียงรุนแรง จะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Sleep Inertia หรือ SI ซึ่งโดยปกติแล้วคนเราจะมีอาการแบบนี้อยู่แค่ประมาณ 4 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอน แต่ถ้าเกิดว่ามีอาการเช่นนี้นานไปกว่านั้น ก็ทำให้เกิดเป็นอาการงัวเงียและก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวในที่สุด และแน่นอนว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆลดน้อยลงแน่นอน

โดยเฉพาะคนที่ต้องทำอาชีพบางอย่างที่จำเป็นจะต้องมีการตื่นตัวตลอดเวลา หากสภาพร่างกายไม่พร้อมกับการทำงาน อาจจะทำให้พลาดเสียชีวิตในระหว่างการทำงานได้ ยกตัวอย่างเช่น นักดับเพลิง นักบิน หรือคนขับรถ เป็นต้น

การทดลองของงานวิจัยข้างต้นเป็นการทดลองโดยการรวบรวมเอาสมัครทั้งสิ้น 50 คนทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมีการทดลองในการใช้เสียงในการตั้งปลุกหลายๆแบบ ทั้งแบบที่ฮาร์ดคอร์หรือรุนแรง รวมไปถึงแบบที่นุ่มนวลฟังสบาย เพื่อดูภาวะตอบสนองที่เกิดขึ้นหลังจากการตื่นนอน

ซึ่งผลการทดสอบก็พบว่าอาสาสมัครส่วนใหญ่ที่มีการใช้เสียงปลุกแบบเบาๆ จะมีอาการงัวเงียน้อยกว่าอาสาสมัครที่มีการใช้เสียงปลุกแบบดัง ซึ่งเหตุผลที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจากการที่เมื่อเราใช้เสียงนาฬิกาปลุกแบบโหดๆและมีเสียงดัง เสียงที่เกิดขึ้นจะกระแทกเข้ามาสู่โสตประสาท ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้วถือเป็นการตื่นที่ไม่ถูกต้อง และอาจลดประสิทธิภาพการทำงานลงถึง 4 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เพราะการตื่นด้วยการปลุกที่รุนแรงจะทำให้สมองตื่นแบบกระทันหัน ไม่ทันได้ปรับตัว ทำให้สมองสับสน งุนงง และไม่พร้อมทำงาน ส่งผลให้เกิดอาการงัวเงีย รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ และเกิดอาการดังกล่าวไปได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งคงไม่มีใครชอบให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อย่างแน่นอน

ตื่นเช้าสดใสง่ายๆ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไร
ตื่นเช้าสดใสง่ายๆ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไร — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/man-hand-turns-off-alarm-clock-waking-up-morning_1503139.htm#page=1&query=clock%20wake%20up&position=19

ในขณะที่เสียงปลุกที่นุ่มนวล ฟังสบาย จะช่วยปลุกเราและทำให้เราตื่นขึ้นมาอย่างสดใสมากกว่า เพราะสมองจะค่อยๆปรับตัวแบบช้าๆ มีเวลาปรับตัว และทำให้การตื่นนอนมีคุณภาพหรือมีความสดใสที่มากกว่านั่นเอง

ถึงแม้ว่าการปลุกแบบเบาๆอาจจะมีข้อเสียสำหรับคนที่ตื่นยากสักหน่อย เพราะอาจจะคิดว่าเสียงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่อยู่ในความฝันเสียมากกว่า จนอาจจะไม่ทันได้ยินเสียงนาฬิกา หรือทำให้ใช้เวลานานกว่าในการตื่นนอน ซึ่งคงไม่ดีนักสำหรับคนที่ตื่นยาก แต่หากพูดถึงผลในเชิงสุขภาพแล้ว ก็น่าจะมีสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับคุณมากกว่าแน่ๆ และหากคุณมีการปรับตัวโดยการใช้เสียงนาฬิกาปลุกที่นุ่มนวลอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะค่อยๆเรียนรู้ และรับรู้ถึงการปลุกแบบใหม่นี้ได้เอง เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานสักนิดนึงเท่านั้นเอง แต่น่าจะมีผลดีในระยะยาวเกิดขึ้นกับคุณได้แน่ๆ

รู้แบบนี้แล้วก็อยากให้คุณลองปรับเสียงนาฬิกาปลุกให้เป็นแบบนุ่มนวลแทนแบบฮาร์ดคอร์ที่ใช้อยู่กันบ้าง เพราะแค่เปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุกในรูปแบบใหม่ ก็สามารถช่วยให้การตื่นของคุณสดใสและเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากมายแล้ว

ไม่แน่ว่าปัญหาสุขภาพที่คุณเป็นอยู่ อาจจะมีสาเหตุมาจากการตั้งนาฬิกาปลุกก็ได้ ลองเปลี่ยนการตื่นนอนของคุณดู อาจจะช่วยให้ปัญหาต่างๆที่แน่นอก คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสักบาท