บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ

WFH อย่างไรให้ได้งาน

WFH อย่างไรให้ได้งาน

ในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของ covid-19 อาจจะทำให้ใครหลายๆคนจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน จากที่เคยทำงานที่ออฟฟิศก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นการทำงานที่บ้าน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า work from home แต่การทำงานที่บ้านอาจจะมีผลที่แตกต่างไปจากการทำงานในออฟฟิศ เพราะสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอาจจะมีผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลงหรือเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม

ในวันนี้เราจะมาลองชี้ให้คุณได้รับรู้ว่าควรจะต้องมีการปรับตัวอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ศักยภาพในการทำงานของเรานั้นยังดีเหมือนเดิม

เมื่อกิจกรรมในการเดินทางไปทำงานเปลี่ยนแปลงไป เราไม่จำเป็นจะต้องเดินทางออกนอกบ้านอีกต่อไป หลังจากตื่นขึ้นมาก็สามารถทำงานได้โดยทันที ทำให้หลายๆคนไม่สามารถที่จะจัดการเวลาได้อย่างถูกต้อง แบ่งเวลาไม่เป็น จนทำให้การทำงานที่บ้านกลายเป็นปัญหาหนัก ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับงานที่ทำอยู่ตรงหน้าได้ เนื่องมาจากอยู่ใกล้กับคนในบ้าน มีลูกน้อยคอยกวน หรือมีคนอื่นๆอยู่ข้างๆตลอดเวลา จนไม่สามารถแบ่งเวลาส่วนตัวกับแบ่งเวลางานได้

WFH อย่างไรให้ได้งาน
WFH อย่างไรให้ได้งาน — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/asia-businesswoman-using-laptop-talk-colleagues-about-plan-video-call-meeting-while-working-from-home-living-room-self-isolation-social-distancing-quarantine-corona-virus-prevention_10074863.htm#page=1&query=Work%20From%20Home%20&position=11

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงขอนำเสนอวิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสามารถลำดับสิ่งสำคัญในชีวิตได้อย่างลงตัว และทำให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพสูงสุด

1 การกำหนดเวลาการทำงานและการพัหผ่อนที่ชัดเจน

เรื่องเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศแล้ว และสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางลงได้ คุณก็ต้องมีการกำหนดเวลาในการทำงานอย่างชัดเจน เช่น เริ่มการทำงาน 08:00 น. เลิก 17:00 น. หลังจากเวลาการทำงานก็ต้องแบ่งเวลาในการพักผ่อน ไม่ควรทำงานหรือประชุมไปเรื่อยๆจนลืมเวลา

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่คุณสามารถประหยัดไปได้ก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้คุณสามารถเลื่อนเวลาการตื่นนอนให้ช้าลงได้ แต่ให้พยายามทำกิจวัตรประจำวันให้เหมือนเดิม ตื่นนอนเวลาเดิม แต่เปลี่ยนจากการเอาเวลาที่เคยใช้ในการเดินทางไปทำกิจกรรมอื่นๆที่มีประโยชน์แทน เช่น การออกกำลังกาย เป็นต้น ก็จะช่วยให้คุณสามารถที่จะกำหนดเวลาได้ดีขึ้นแล้ว

ที่สำคัญควรที่จะมีสัญญาณเตือนบอกเวลาเริ่มหรือเลิกงานที่ชัดเจน เพื่อเตือนตัวเองให้เริ่มทำงานตรงเวลาและไม่เลิกงานช้าจนเกินไป เช่น เสียงนาฬิกาปลุก เป็นต้น เพื่อบอกให้เรารู้ว่าเป็นช่วงเวลาที่หมดเวลางานแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่เราควรที่จะเลิกงานและใช้ชีวิตส่วนตัวได้แล้ว เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

2 การกำหนดโภชนาการการรับประทานอาหาร

เนื่องมาจากในช่วงเวลาที่เราอยู่ที่บ้าน อาจจะมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยกว่าปกติ คุณอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว ทำให้มีการเผาผลาญพลังงานที่น้อยลง หากรับประทานอาหารเท่ากับที่เคยเป็น อาจจะเกิดอาการน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือมีความอ้วนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมได้

สิ่งที่เราอยากจะแนะนำ ก็คือ การพยายามรับประทานอาหารที่ไม่หนักจนเกินไป รวมไปถึงการดูแลระบบการขับถ่ายของเสียให้เป็นปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานที่มากจนเกินไปกว่าที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ ยังควรต้องมีการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยหากเป็นน้ำในอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นก็จะยิ่งดีกับร่างกายมากยิ่งขึ้น

WFH อย่างไรให้ได้งาน
WFH อย่างไรให้ได้งาน — ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/beautiful-young-woman-home-office-working-from-home-teleworking-concept_11013620.htm#page=1&query=Work%20From%20Home%20&position=27\

3 การกำหนดพื้นที่ในการทำงาน

จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องแยกส่วนของการใช้ชีวิตกับส่วนของการทำงานให้ออกจากกัน เพื่อที่จะทำให้เราสามารถโฟกัสกับงานได้ในช่วงเวลาที่สำคัญได้ ลองคิดดูว่าหากคุณรวมห้องทำงานและห้องพักผ่อนเป็นจุดเดียวกัน อาจจะทำให้คุณให้น้ำหนักกับการทำงานได้ไม่เท่าเดิม ไหนจะเสียงลูกร้อง ไหนจะเสียงโทรทัศน์ ซึ่งสามารถรบกวนการทำงานของคุณได้ตลอดเวลา หรือหากเป็นช่วงเวลาพักผ่อนหลังจากเลิกงาน การแยกห้องเช่นนี้ก็จะทำให้คุณสามารถละทิ้งการทำงานในช่วงเวลาที่เลิกงานแล้วได้ด้วย

ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่าหากเราไม่สามารถแยกส่วนของการทำงานและชีวิตส่วนตัวออกจากกันได้ อาจจะทำให้เรามีประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง หรือมีการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอได้

4 การแต่งตัวทำงาน

จริงอยู่ว่าการ work from home ไม่จำเป็นจะต้องแต่งตัวในชุดทำงานอย่างเต็มยศ แต่ก็จะดีกว่าหากเรามีการแต่งตัวด้วยชุดที่สุภาพแทนที่จะเป็นชุดนอนหรือชุดอยู่บ้าน เพราะอย่างน้อยหากต้องมีการประชุมและมีการเปิดกล้อง ก็จะได้ดูเหมือนว่าเรามีการทำงานอย่างจริงจัง มีความพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ และการที่เรามีการแต่งตัวให้แตกต่างจากการอยู่บ้าน ก็จะช่วยลดโอกาสของวามเกียจคร้าน ที่อาจจะเผลอเอนตัวลงนอนบนโซฟาหรือเตียงนอนนุ่มๆในเวลาทำงานได้

อาจจะกล่าวได้ว่า ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยพบเจอกันก็อาจจะต้องกลายเป็นการใช้ระบบออนไลน์ในการสื่อสาร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ก็ไม่ได้หมายความถึงสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่มีทั้งข้อดีและข้อเสียสอดคล้องกันไปทั้งนั้น เพียงแค่คุณเข้าใจและพยายามเรียนรู้กับมัน คุณก็จะสามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุขมากที่สุด แม้ว่าจะมีโรคภัยต่างๆเข้ามาท้าทายคุณสักแค่ไหนก็ตาม