การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, เกี่ยวกับโรค

ขี้นก อันตรายไหม

ขี้นก อันตรายไหม

ปัญหาขี้นกถือเป็นปัญหาระดับชาติที่แก้ไขไม่ได้สักที เพราะนกนั้นสามารถบินได้อย่างอิสระ สามารถบินไปเกาะที่รั้ว ประตู เสา หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีบริษัทรับกำจัดนกหรือมีวิธีการต่างๆมากมายที่หลายคนเชื่อว่าจะสามารถกำจัดขี้นกภายในบ้านของคุณได้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถกำจัดได้ 100% ยังคงทำให้คุณต้องกังวลและสัมผัสกับขี้นกอยู่บ่อยๆ ยิ่งบ้านไหนที่มีการออกแบบดีไซน์ของบ้านให้มีราวจับหรือบริเวณที่นกจะสามารถเกาะได้ ก็ยิ่งจะมีผลทำให้บ้านของคุณเต็มไปด้วยขี้นกมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากขี้นกหรือมูลของนกจะทำให้รู้สึกไม่สบายตาแล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้ยังมีโทษต่อร่างกายของเราด้วย หากเรามีการสูดดมเข้าไป อาจจะทำให้ได้รับอันตรายต่อร่างกายได้ ซึ่งอันตรายจะมีมากน้อยแค่ไหนลองมาดูข้อมูลกันได้เลยดีกว่าค่ะ

ขี้นก อันตรายไหม
ขี้นก อันตรายไหม — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/pigeon-bird-sitting-stick-house-birdhouse-bird-feeder-blurred-background_13542340.htm#page=1&query=pigeon%20home&position=17

1 โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โดยปกติแล้วโรคๆนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เรามีการได้รับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกแล้วเข้ามาฝักคัวอาศัยอยู่ในตัวของเรา ซึ่งสภาวะแวดล้อมนั้นๆจะค่อนข้างสกปรกและเป็นที่สะสมของเชื้อร้าย หรือบางครั้งอาจจะมาจากพยาธิในอาหารที่ไม่สุก เมื่อร่างกายเราได้รับเชื้อนี้ผ่านเข้ามาจากการสูดดมเข้าไป ก็จะทำให้ได้รับอันตรายจากโรคนี้ได้ เนื่องมาจากมูลของนกพิราบจะมีเชื้อราสำคัญอยู่หนึ่งตัวซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้เลย

หรือหากใครมีโอกาสที่ไปสัมผัสกับมูลของนกพิราบแล้วไม่ได้ทำความสะอาดส่วนต่างๆของร่างกายอย่างถูกต้อง เอามือไปหยิบจับสิ่งของต่างๆเข้าปาก ก็จะทำให้เราได้รับเชื้อโรคผ่านทางระบบทางเดินอาหารเช่นเดียวกัน

และไม่ว่าจะได้รับเชื้อโรคผ่านทางใดก็ตาม ย่อมทำให้เกิดอาการที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือ อาการมีไข้ ปวดศีรษะ ตาสู้แสงจ้าไม่ได้ เป็นต้น ทั้งนี้

หากเป็นการติดเชื้อจากไวรัสอาการของคนไข้จะไม่รุนแรงมากนัก สามารถทานยาเพื่อให้หายเป็นปกติได้ แต่หากเป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรีย อาการจะมีความรุนแรงมากกว่า อาจจะเกิดการชักหมดสติ พิการ หรือเสียชีวิตได้

2 โรคคริปโตคอกโคสิส

โดยปกติแล้วโรคชนิดนี้จะเป็นโรคของสัตว์ที่มีการติดเชื้อรา Cryptococcus neoformans ซึ่งสามารถพบได้ในสัตว์หลายประเภท ไล่ตั้งแต่หมา แมว หมู ม้า แกะ รวมไปถึงกลุ่มของนกต่างๆ ที่แน่นอนว่าต้องมีนกพิราบรวมเข้าไปด้วยอย่างแน่นอน

มูลของนกเป็นแหล่งของการเพาะเชื้อราที่ดีมากๆ เนื่องจากมีมูลนกจะมีความชื้นที่เหมาะสมและแสงแดดส่องไม่ถึง ซึ่งเคยมีการสำรวจพบว่าเชื้อราดังกล่าวนี้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างดีมากๆในสภาวะที่มีอุณหภูมิประมาณ 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส แต่หากมีอุณหภูมิที่สูงมากกว่านี้หรือมีความชื้นที่น้อยลง ก็จะมีผลให้พบการตรวจเช็คเชื้อราได้น้อยลงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่อสัตว์ต่างๆมีอาการติดเชื้อรามักจะไม่แสดงอาการป่วย ทำให้สามารถที่จะแพร่เชื้อรานั้นจากสัตว์สู่คนได้แบบที่ไร้การป้องกัน และหากคนๆใดที่ได้รับเชื้อราหรือรับสปอร์ของเชื้อราเข้าไป พร้อมๆกับที่ตัวเองนั้นมีภูมิต้านทานร่างกายต่ำ ก็ย่อมจะทำให้เกิดเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ เป็นไข้ ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือมีปัญหาในการมองเห็น และหากมีการติดเชื้อลงไปที่ปอดหรือสมอง ก็อาจจะทำให้ร่างกายนั้นทรุดลงไปกว่าเดิมอีกด้วย

ขี้นก อันตรายไหม
ขี้นก อันตรายไหม — ภาพจาก : https://www.freepik.com/premium-photo/two-pigeons-rest-rooftops-with-blue-sky_12362910.htm#page=2&query=pigeon+home&position=10

จากการวินิจฉัยทางการแพทย์มักจะพบว่าเชื้อตัวนี้จะมีผลกับปอดเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็จะลามไปสู่ส่วนต่างๆภายในร่างกายโดยผ่านทางกระแสเลือด การเกิดโรคจะค่อยๆเป็นไปอย่างช้าๆเริ่มต้นมาจากการปวดศีรษะก่อน เมื่อปวดมากขึ้นก็จะเริ่มมีอาการหน้ามืด อาเจียนหรือไอ มีไข้ต่ำๆ น้ำหนักลด และในบางรายอาจจะไม่มีการแสดงอาการใดๆเลยกว่าเชื้อจะฟักตัวในร่างกาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานหลายปี

จนเมื่อถึงระยะหนึ่งที่ภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องไปแล้ว การโจมตีของเชื้อราตัวนี้ก็จะทำให้เกิดอาการที่สะสมอยู่นั้นแสดงออกมา โดยมากแล้วเชื้อตัวนี้มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่อ่อนแอหรือมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นานกว่าและยากกว่า

ดังนั้น หากคุณเป็นคนในกลุ่มหลังหรือเป็นกลุ่มคนที่มีความอ่อนแอทางร่างกายจากโรคต่างๆ ก็จำเป็นจะต้องมีการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีและรู้จักหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อดังกล่าวจากมูลนก ไม่ว่าจะเป็น การสวมผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากอนามัย การสวมถุงมือ และล้างทำความสะอาดมือด้วยวิธีที่ถูกต้องอยู่เสมอ ก็จะทำให้สามารถป้องกันตัวเองและทำให้เกิดความปลอดภัยจากเชื้อโรคจากมูลสัตว์เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าเราจะไม่สามารถกำจัดมูลนกได้อย่างราบคาบ ยังคงต้องมีมูลนกให้เราเห็นอยู่เสมอ แต่ขอให้ทราบวิธีในการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว เพราะหากเรามีการป้องกันตัวเองอย่างดี ก็ย่อมช่วยให้เราสามารถปลอดภัยจากมูลนกรวมไปถึงมูลขอสัตว์ชนิดอื่นๆได้อย่างแน่นอน