การดูแลสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้, เกี่ยวกับโรค

ระวังภัยช็อกโกแลตซีสต์

ระวังภัยช็อกโกแลตซีสต์

 

หากพูดถึงช็อกโกแลต…ก็เชื่อว่าเป็นของหวานที่หลายคนหมายปอง แต่ถ้าพูดถึงช็อกโกแลตซีสต์ คงไม่มีใครหมายปองให้มันเกิดขึ้นภายในร่างกายอย่างแน่นอน เพราะช็อกโกแลตซีสต์ คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิง ที่จะทำให้คุณมีปัญหาเกี่ยวข้องกับระบบการสืบพันธุ์

ในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึงรายละเอียดของช็อกโกแลตซีสต์ ให้คุณผู้หญิงได้ทราบถึงสาเหตุ และวิธีการในการรักษาหากจำเป็นต้องพบเจอกับโรคร้ายชนิดนี้

ระวังภัยช็อกโกแลตซีสต์
ระวังภัยช็อกโกแลตซีสต์ — ภาพจาก : https://www.onhealth.com/content/1/ovarian_cysts

ช็อกโกแลตซีสต์ คือ ถุงน้ำช็อกโกแลต ซึ่งทางการแพทย์จะเรียกว่าเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่

ในช่วงเวลาก่อนมีประจำเดือนในมดลูกก็จะมีการสร้างของเยื่อบางๆเพื่อรองรับการฝังตัวของไข่ สิ่งเหล่านี้จะหลุดลอกออกมาหากไม่ได้มีการปฏิสนธิ และหลุดออกมาพร้อมกับประจำเดือนที่ไหลออกมาทางช่องคลอด

แต่ถ้ามีเลือดส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ไหลออกมาด้วย แต่กลับย้อนกลับไปที่ท่อนำไข่และไปตกอยู่ในนั้น เลือดที่ไหลย้อนกลับนี้จะมีเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ด้วย ซึ่งเยื่อบุโพรงมดลูกก็เปรียบเสมือนการที่เราโยนเมล็ดพืชลงดิน มันก็จะค่อยๆเติบโตจนกลายเป็นถุงน้ำ และหากฝังตัวอยู่ที่อวัยวะไหน อวัยวะนั้นก็จะเกิดเป็นความผิดปกติขึ้น ซึ่งสามารถพบความผิดปกตินี้ได้ตั้งแต่บริเวณที่เป็นอุ้งเชิงกราน ท่อรังไข่ ลำไส้ ช่องคลอด หรือมดลูก

บริเวณที่สามารถพบความผิดปกติได้มากที่สุดก็คือ ‘รังไข่’ เนื่องมาจากรังไข่เป็นบริเวณที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงที่สุด และเหมาะสำหรับการเจริญเติบโต การสะสมของเลือดที่เพิ่มขึ้นทีละนิดและค้างอยู่ใน ร่างกายเป็นเวลานาน จะทำให้เลือดเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล ซึ่งมีลักษณะสีคล้ายๆกับช็อกโกแลต ดังนั้น จึงเป็นที่มาของช็อกโกแลตซีสต์นั่นเอง

ดังนั้น จึงอาจจะกล่าวได้ว่าช็อกโกแลตซีสต์ก็คือ เลือดประจำเดือนที่ไหลย้อนกลับไปในร่างกายแทนที่จะไหลออกมาทางช่องคลอดตามปกติ ซึ่งเลือดนั้นจะไปฝังตัวอยู่ที่ส่วนต่างๆของร่างกาย จนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำที่โตมากขึ้น และกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องในอนาคต

ระวังภัยช็อกโกแลตซีสต์
ระวังภัยช็อกโกแลตซีสต์ — ภาพจาก : https://healthy4your.com/knowledge/view/18

อีกหนึ่งปัญหาของช็อกโกแลตซีสต์ ก็คือ การแสดงอาการของโรค ซึ่งจะมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม ช็อกโกแลตซีสต์สามารถที่จะกำจัดออกไปได้และไม่ได้เป็นโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็สร้างความทรมานให้กับสาวๆที่เป็นโรคนี้ได้ไม่น้อยเลย

แล้วเราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าเรานั้นมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ เพราะการปวดท้องของการมีประจำเดือนกับการปวดท้องเนื่องจากเหตุผลของช็อกโกแลตซีสต์อาจเป็นสิ่งที่เราแยกแยะไม่ออก เราสามารถที่จะวิเคราะห์อาการป่วยของโรคช็อกโกแลตซีสต์ได้ดังต่อไปนี้

1 อายุ โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์จะเป็นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุ 20 ถึง 40 หากอยู่ในช่วงวัยนี้ ควรที่จะระวังอาการช็อกโกแลตซีสต์ให้มากกว่าในช่วงวัยอื่นๆ

2 ปวดท้องมากกว่าปกติ หากโดยปกติแล้วคุณไม่เคยที่จะปวดท้องประจำเดือนเลย แต่อยู่ๆก็รู้สึกปวดท้องมากขึ้นกว่าเดิม และอาการปวดที่เป็นอยู่ก็มากขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ จำเป็นต้องหยุดเรียนหรือหยุดงาน ก็ให้ต้องสงสัยไว้เลยว่าอาจจะเป็นเหตุผลของช็อกโกแลตซีสต์ได้

3 มีประจำเดือนมามากผิดปกติและยาวนานเกินกว่า 7 วัน

4 ประจำเดือนมาถี่หรือมีระยะของรอบประจำเดือนที่สั้นมากกว่าปกติ บางเดือนอาจจะมีประจำเดือนมากกว่า 2 ครั้ง

5 ปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะก้อนซีสต์ที่มีอยู่นั้นมีขนาดใหญ่มากขึ้นจนไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ จนทำให้การทำงานของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ

6 อุจจาระเป็นเลือดหรือปัสสาวะเป็นเลือดในช่วงของการมีประจำเดือน

7 เป็นคนผอมแต่มีพุง

8 ปวดไมเกรนบ่อยๆโดยเฉพาะในช่วงก่อนและระหว่างการมีประจำเดือน

ทั้งนี้ บางคนอาจจะไม่ได้มีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นเลย แต่อาจจะคลำพบกับก้อนแข็งๆที่อยู่บริเวณท้องน้อย ซึ่งอาจจะอยู่ตรงกลางหรือด้านข้างก็ได้

สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจจะพบว่าการมีช็อกโกแลตซีสต์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีบุตรยาก เนื่องมาจากท่อนำไข่ตีบตัน และทำให้ไข่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิสนธิกับอสุจิได้สะดวก จึงทำให้จำเป็นที่จะต้องกำจัดช็อกโกแลตซีสต์นั้นออกไป เพื่อที่จะทำให้สามารถกลับมามีบุตรได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง

หากคุณได้ลองสำรวจตัวเองแล้วว่ามีอาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับที่กล่าวไปข้างต้น ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะมีความเสี่ยงในการที่จะป่วยเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งคุณสามารถที่จะเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และหาวิธีการในการจัดการกับช็อกโกแลตซีสต์ให้ถูกต้อง ก่อนที่จะลุกลามจนไม่สามารถที่จะแก้ไขได้

หากคุณสามารถทำการรักษาและผ่าตัดช็อกโกแลตซีสต์ได้ในช่วงเวลาแรกๆ หรือตอนที่อาการยังไม่รุนแรงมากนัก ก็จะสามารถรักษาได้ง่ายมากกว่า ซึ่งการรักษาก็มีตั้งแต่การให้ยาหรือเป็นการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีมากมายที่ทำให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพที่สูงมากขึ้น แผลเล็กลง และเจ็บน้อยลง รวมไปถึงการฟื้นตัวที่รวดเร็วมากไปกว่าเดิม โดยหลังจากที่มีการผ่าตัดไปแล้ว แพทย์ก็จะอาจจะมีการให้สังเกตอาการและติดตามอาการเป็นระยะๆ

สุดท้ายก็ต้องบอกว่าช็อกโกแลตซีสต์ไม่ใช่โรคที่น่ากลัวมากจนเกินไป หากคุณผู้หญิงรู้จักการสังเกตความผิดปกติของร่างกายในทุกๆเดือน และรีบเข้าพบสูตินรีแพทย์เมื่ออาการไม่ดี ก่อนที่โรคนั้นๆจะลุกลามจนกลายเป็นภัยต่อร่างกายของตนเอง