Uncategorized, การดูแลสุขภาพ, บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

ทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว

ทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว

ความผิดปกติของอารมณ์เป็นสิ่งที่ยากที่จะรับมือ เพราะความสามารถในการควบคุมอารมณ์ในแต่ละบุคคลอาจจะไม่เท่ากัน บางคนสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ในขณะที่บางคนไม่สามารถที่จะทำสิ่งนี้ได้ ซึ่งเหตุผลอาจจะเป็นเพราะเขาป่วยเป็นโรคบางอย่างที่ทำให้เกิดเป็นความปกติในการแสดงอารมณ์ออกมา

หนึ่งในความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการแปรปรวนของอารมณ์ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยิน ก็คือ การเป็น “โรคไบโพล่าร์” โรคไบโพล่าร์คืออะไรกันแน่? และจะรับมือกับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้อย่างไร? ลองไปหาคำตอบของการจัดการความผิดปกติทางอารมณ์นี้กัน

ทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว
ทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้วทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว — ภาพจาก : https://www.aarp.org/health/conditions-treatments/info-2021/bipolar-disorder.html

“โรคไบโพล่าร์” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (BIPOLAR DISORDER)” ถือเป็นความผิดปกติทางอารมณ์รูปแบบหนึ่งที่ผู้ป่วยจะมีลักษณะของอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างอาการซึมเศร้า (major depressive episode) และอารมณ์ที่ดีมากกว่าปกติ (mania หรือ hypomania) ทั้งนี้ อาการในแต่ละช่วงอาจจะเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรืออาจจะยาวเป็นเดือนก็ได้ แต่อารมณ์นั้นจะไม่ได้อยู่ตลอดและมีการแปรปรวนไปมาระหว่าง 2 รูปแบบที่กล่าวไว้ข้างต้น

การแปรปรวนของอารมณ์เช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ หน้าที่การงาน และการดูแลตัวเอง ที่จะทำให้พวกเขาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ปกติ

หากพิจารณาถึงกลุ่มผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับไบโพล่าร์นี้ จะพบว่าีอยู่ในกลุ่มของประชากรทั่วไปสูงถึง 5เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่มักจะเกิดอาการดังกล่าวนี้จะพบได้บ่อยมากที่สุดในกลุ่มคนที่มีอายุประมาณ 15-19 ปี รองลงมาก็จะเป็นอายุ 20 ถึง 24 ปี โดยกว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการครั้งแรกก่อนอายุ 20 ปี ที่สำคัญโรคดังกล่าวนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเริ้อรัง และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์

แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่ามีอาการไบโพล่าร์? หากคุณมีอาการต่างๆเหล่านี้สลับไปมาทั้งในช่วงเวลาอารมณ์ดีและช่วงเวลาซึมเศร้า ต้องระวังและสงสัยว่าคุณอาจจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว อาการที่ต้องสังเกตมีดังต่อไปนี้

ช่วงอารมณ์ดีหรือหงุดหงิดมากกว่าปกติ มักจะมีความมั่นใจในตัวเองสูง พูดมาก คิดเร็ว ทำเร็ว สติวอกแว่ก อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมๆกัน หรือมีความหมกหมุ่นในกับกิจกรรมที่ทำให้เกิดปัญหา เป็นต้น

ตรงกันข้ามกับช่วงเวลาของอารมณ์ซึมเศร้า ผู้ป่วยจะมีอาการซึม ไม่ค่อยสนใจในการทำกิจกรรมใดๆ อ่อนเพลีย เชื่องช้า ไม่มีสมาธิ เบื่ออาหาร หรืออาจจะคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อย ๆ ซึ่งจะบั่นทอนกำลังใจให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

ทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว
ทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้วทำความรู้จักโรคอารมณ์สองขั้ว — ภาพจาก : https://www.vecteezy.com/free-vector/bipolar-disorder

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นโรคดังกล่าวนี้ขึ้นมา ก็เชื่อว่าเกิดขึ้นมาจากหลายๆปัจจัย โดยหลักก็คือความผิดปกติของสารสื่อประสาทหรือโครงสร้างสารเคมีที่อยู่ในสมองของคุณ ส่วนปัจจัยส่งเสริมอื่นๆอาจจะเป็นในเรื่องของความเครียดจากการที่คุณเผชิญโลกที่โหดร้าย เป็นผลมาจากพันธุกรรมซึ่งเคยมีสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆเป็นโรคไบโพล่าร์นี้มาก่อน เป็นต้น

แต่ไม่ต้องห่วง…เพราะโลกนี้ยังสามารถรักษาได้ หากคุณเลือกการรักษาด้วยการรับประทานยา ยาจะมีความสามารถในการปรับสารเคมีในสมอง ซึ่งจะทำให้อารมณ์ของคุณมีความมั่นคงมากขึ้น และสามารถที่จะใช้ชีวิตในประจำวันได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ยาที่ใช้ในการรักษาอาการไบโพลาร์จะต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละราย ซึ่งอาจจะมีการใช้ยาได้ตั้งแต่ยาควบคุมอารมณ์ ยาต้านโรคจิต หรือยาต้านเศร้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการรักษาได้ด้วยการทำจิตบำบัด ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก และผู้ป่วยจะได้เรียนรู้ว่าตัวเองนั้นเกิดความผิดปกติอะไรขึ้น และจะได้รู้จักวิธีการในการจัดการกับปัญหาต่างๆที่เข้ามาในชีวิต รวมไปถึงจะมีกิจกรรมบำบัดอื่นๆที่จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การบำบัดด้วยดนตรี ศิลปะหรือโยคะ

วิธีในการรักษาอีกหนึ่งวิธี ก็คือ การใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไบโพล่าร์อย่างรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาได้ดีเท่าที่ควร การรักษาด้วยไฟฟ้าจะเป็นการกระตุ้นสมองเพื่อปรับสารเคมีต่างๆที่อยู่ในตัวคุณ และผู้ป่วยจะต้องได้รับการติดตามอาการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีปัญหาในเรื่องของความจำในช่วงสั้นๆ แต่ก็พบว่าการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวไม่ได้มีผลเสียต่อสมองในระยะยาว เมื่อเวลาผ่านไปยังสามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้ดังเดิม

ะเห็นได้ว่าด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปในเชิงที่โหดร้ายมากขึ้น ส่งผลให้โรคไบโพล่าร์สามารถเกิดขึ้นกับคนในยุคปัจจุบันได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหากคุณสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวแล้วว่าเข้าข่ายที่จะมีอาการของโรคไบโพล่าร์ ก็ต้องรีบเข้าไปตรวจวินิจฉัยกับแพทย์แต่เนิ่นๆ และที่สำคัญก็คือ คุณต้องยอมรับให้ได้ว่า ตัวเองกำลังผิดปกติอยู่ แต่ไม่ได้เป็นความผิดปกติที่ยากเกินเยียวยา หากมีการแก้ไขอย่างถูกจุด ก็สามารถที่จะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง หากได้เข้ารับการรักษาตามกลไกที่เหมาะสม คุณจะสามารถกลับมามีอารมณ์ที่เป็นปกติได้ดังเดิม และสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติอีกครั้ง