บทความน่ารู้, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

วิธีซักผ้าหน้าฝน

วิธีซักผ้าหน้าฝน

 

ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้น ซึ่งจะต้องพบเจอกับฤดูกาลที่เปลี่ยนผันไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งยากที่จะคาดเดาได้เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฤดูที่ค่อนข้างมีปัญหาเกี่ยวข้องกับการซักผ้า นั่นก็คือ “ฤดูฝน” ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ฝนตกมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ และการพยากรณ์อากาศก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ในบางเวลาประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้น ซึ่งจะต้องพบเจอกับฤดูกาลที่เปลี่ยนผันไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งยากที่จะคาดเดาได้เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฤดูที่ค่อนข้างมีปัญหาเกี่ยวข้องกับการซักผ้า นั่นก็คือ “ฤดูฝน” ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ฝนตกมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ และการพยากรณ์อากาศก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ในบางเวลา

การที่ฝนตกลงมาเป็นสิ่งที่ดีต่ออาชีพทางเกษตรกรรม ทำให้มีน้ำเอาไว้ใช้ในการเพาะปลูก แต่สำหรับการใช้ชีวิตของคนเมืองหลายๆคนแล้ว การที่ฝนตกลงมานอกจากจะทำให้มีปัญหารถติดหรือน้ำท่วมรอการระบายแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยก็คงเป็นปัญหาในเรื่องของการตากผ้า ที่อาจจะทำให้เกิดเป็นกลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าที่คุณซัก และอาจจะทำให้คุณต้องเอามันกลับไปซักใหม่ หรือต้องพยายามหาวิธีการในการดับกลิ่น เพื่อไม่ให้กลิ่นเหม็นเข้ามาทำลายความรู้สึกหรือทำให้เสียอารมณ์ได้

ในเมื่อเรายังคงต้องซักผ้าและตากผ้าเป็นประจำ แต่ถ้าฝนตกทุกวันแบบนี้ ผ้าที่ซักก็คงจะมีกลิ่นอับ หรือต้องใช้เวลาในการทำให้แห้งนานกว่าเดิม ในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการในการที่จะช่วยทำให้เสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นอับที่น้อยลง แม้จะต้องซักและตากในฤดูฝน จะต้องทำอย่างไรบ้างลองมาดูวิธีการต่างๆเหล่านี้กันได้เลยค่ะ

วิธีซักผ้าหน้าฝน
วิธีซักผ้าหน้าฝน — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/linen-hanging-on-clothesline-on-grassy-seacoast-7245094/

1 ใช้ผงซักฟอกแบบป้องกันกลิ่นอับ

วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่ควรที่จะเริ่มทำเป็นอันดับแรก หากใครคิดจะซักผ้าในช่วงเวลาที่ฝนตกตัวช่วยนี้เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้ เพราะในปัจจุบันมีผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าหลายๆยี่ห้อที่พัฒนาสูตรให้เหมาะสมกับการซักในฤดูฝน เพราะผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าเหล่านี้จะมีคุณสมบัติในการช่วยลดแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอับได้ดีกว่าผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าทั่วไป นอกจากนี้ อาจจะมีการแต่งกลิ่นหอมเข้าไป เพื่อให้กลิ่นเหล่านั้นช่วยกลบกลิ่นเหม็นอับได้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้กลิ่นเหลท็นอับในเสื้อผ้าลดน้อยลงกว่าเดิมได้

ทริคเล็กๆที่เราอยากแนะนำเพิ่มเติม ก็คือ หากคุณไม่อยากให้ผ้าเหม็นอับ การเลือกใช้รูปแบบของผลิตภัณฑ์ซักผ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ การใช้น้ำยาซักผ้าแทนผงซักฟอกจะได้ผลในการลดกลิ่นอับมากกว่า เนื่องมาจากน้ำยาซักผ้าจะซึมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ดีกว่าผงซักฟอก ในขณะที่ ผงซักฟอกอาจจะเกิดการตกค้างและก่อให้เกิดเชื้อราบนผ้าได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการซักผ้าอาจจะสูงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ซักผ้าการลดกลิ่นอับจะมีราคาแพงกว่าผลิตภัณฑ์ซักผ้าโดยทั่วไป

2 ใช้เบกกิ้งโซดาช่วยในการซักผ้า

หากไม่มีน้ำยาซักผ้าที่ช่วยลดกลิ่นอับ คุณอาจจะลองใช้เบกกิ้งโซดาเป็นตัวช่วยดูได้ โดยเบคกิ้งโซดาหรือผงฟูจะมีส่วนช่วยในการขจัดคราบสกปรกลดกลิ่นเหม็นอับให้จางลงได้ เพียงแค่ผสมเบกกิ้งโซดา 3-4 ช้อนโต๊ะต่อน้ำประมาณ 1 กะละมัง แล้วแช่ผ้าทิ้งเอาไว้ก่อนสักครู่หนึ่งจึงค่อยซักด้วยน้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกตามปกติ เบกกิ้งโซดาจะช่วยทำให้กลิ่นอับบนเสื้อผ้าของคุณลดน้อยลงได้แล้ว

3 ซักผ้าให้บ่อยกว่าเดิม

หลายๆคนมักจะสะสมเสื้อผ้าให้มีปริมาณมากเพียงพอก่อนที่จะซักใน 1 ครั้ง โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องออกไปทำงานทุกวัน ไม่มีแม่บ้านคอยช่วยเหลือ จะมีเวลาดูแลเรื่องการซักผ้าน้อยกว่าคนที่อยู่บ้านตลอด ทำให้เขาไม่สามารถที่จะแบ่งเวลามาซักผ้าได้ในทุกๆวัน

แต่ทราบไหมคะว่าการที่คุณยิ่งสะสมผ้าในถังในปริมาณที่มากขึ้น จะยิ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการสะสมตัวของแบคทีเรียให้มากขึ้น ซึ่งเมื่อมีแบคทีเรียเหล่านี้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เกิดเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์มากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีแดดน้อยกว่าฤดูกาลอื่นๆ ก็จะยิ่งทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นปัญหาของการเกิดกลิ่นเหม็นอับได้มากขึ้นด้วย

ดังนั้น ถ้าจะให้ดีที่สุดจึงควรที่จะซักผ้าให้บ่อยครั้งมากกว่าเดิม โดยเฉลี่ยอาจจะเป็นทุกๆ 2-3 วัน เพื่อที่จะช่วยในการหยุดยั้งการเจริญของแบคทีเรียนั่นเอง

วิธีซักผ้าหน้าฝน
วิธีซักผ้าหน้าฝน — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/crop-person-squeezing-colorful-textile-6850541/

4 การตากผ้าในที่ที่มีอากาศถ่ายเท

ในช่วงฤดูฝน…คุณอาจจะไม่สามารถตากผ้าภายนอกได้ เพราะเสี่ยงต่อการโดนฝนสาดจนเปียก แต่อย่างน้อยหากคุณต้องการตากผ้าในร่ม ก็ควรจะเลือกสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีลมพักผ่าน และตากผ้าให้มีระยะห่างหระหว่างเสื้อผ้าแต่ละชิ้นพอสมควร เพื่อที่จะทำให้ผ้าทุกๆชิ้นสามารถโดนลมและแห้งได้ดีมากที่สุด

หรือถ้าใครเปิดแอร์เป็นประจำอยู่แล้ว การตากผ้าไว้หน้าคอมเพรสเซอร์แอร์ ให้ความร้อนจากคอมเพรสเซอร์แอร์เป็นตัวช่วย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้คุณสามารถตากผ้าให้แห้งเร็วมากขึ้น และช่วยลดกลิ่นอับได้เป็นอย่างดีด้วย

ปัญหาการตากผ้าในหน้าฝนจะไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้คุณหนักอกหนักใจอีกต่อไป หากได้ลองเอาเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆต่างๆนี้ไปลองปรับใช้กันดู คุณก็จะมีเสื้อผ้าที่หอมสะอาด และปราศจากกลิ่นอับได้อย่างแน่นอน