บทความน่ารู้, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

“แก๊สน้ำตา” ใครว่าไม่รุนแรง

“แก๊สน้ำตา” ใครว่าไม่รุนแรง

 

ในหลากหลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น การชุมนุมเพื่อเรียกร้องเรื่องใดก็ตาม หากเมื่อใดที่เกิดเหตุความรุนแรงหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น ก็จะต้องมีการใช้ยุทธวิธีในการที่จะควบคุมความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น หรือสลายการชุมนุมด้วยอุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์ที่ตำรวจเลือกใช้ในปัจจุบันนี้ในประเทศไทย ก็คือ “การใช้แก๊สน้ำตา” ซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็นอาวุธที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการใช้อาวุธชนิดอื่นๆ และมีความเสี่ยงน้อยที่จะทำให้เกิดเป็นการเสียชีวิต

วัตถุประสงค์ของแก๊สน้ำตาถือว่าเป็นอาวุธที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสังหารจนทำให้เกิดการถึงแก่ชีวิต แต่เป็นทางเลือกที่จะทำให้ตำรวจสามารถหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธที่มีความอันตรายมากกว่าได้ ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าแก๊สน้ำตามีความรุนแรงต่อร่างกายมากเพียงใด และหากเมื่อใดก็ตามที่เราบังเอิญจะต้องได้รับผลกระทบจากการใช้แก๊สน้ำตา จะต้องมีวิธีการในการดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อร่างกายมากที่สุด

Inserting image...
“แก๊สน้ำตา” ใครว่าไม่รุนแรง — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/person-wearing-black-hoodie-and-mask-1411443/

แก๊สน้ำตา ถือเป็นอาวุธทางเคมีซึ่งประกอบไปด้วยสถานะของแข็งหรือของเหลวที่ทำให้เป็นละอองลอย เมื่อสัมผัสอาวุธทางเคมีนี้เข้าไป จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุดวงตาและแก้วตาดำ ทำให้เกิดอาการเจ็บตา น้ำตาไหล และมองไม่เห็นชั่วคราว หรือมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ จาม ไอ อาการดังกล่าวจะเกิดความระคายเคืองต่ออวัยวะต่างๆอยู่ประมาณ 20-60 วินาทีหลังสัมผัส และจะหายไปได้เองภายใน 30-60 นาที หลังจากออกจากพื้นที่นั้นๆ

แต่ทั้งนี้ การสัมผัสกับแก๊สน้ำตาอาจจะก่อให้เกิดฤทธิ์ในระยะยาวได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคทางเดินหายใจ การบาดเจ็บต่อดวงตา หรือเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับตาอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น กระจกตาอักเสบ ต้อหิน ต้อกระจก ผิวหนังอักเสบ หรือเกิดความเสียหายเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการได้รับแก๊สน้ำตาในที่ปิดหรือได้รับแก๊สน้ำตาที่มีความเข้มข้นสูงมากๆ จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมากกว่า

อย่างไรก็ดี แก๊สน้ำตาจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไป โดยหากเป็นเด็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้สูงวัยจะได้รับผลกระทบที่มากกว่าคนทั่วๆไป ซึ่งระดับของสารพิษก็จะแตกต่างกันไปตามคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ และสภาพแวดล้อมที่ใช้ด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ มีรายงานตีพิมพ์อย่างจำกัดเกี่ยวข้องกับผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำตา ทำให้ไม่สามารถที่จะระบุผลกระทบทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงๆได้

ที่สำคัญ ยังมีอีกหลายๆวิธีการใช้แก๊สน้ำตาที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอย่างรุนแรง และไม่ควรที่จะทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น

1 การยิงเข้าสู่บุคคลโดยตรง

การใช้แก๊สน้ำตาไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขว้างกระบอกแก๊สน้ำตาหรือยิงกระสุนแก๊สน้ำตาใส่บุคคลโดยตรง เพราะกระสุนเหล่านั้นจะเป็นอันตรายและส่งผลกระทบแบบรุนแรง โดยเฉพาะการใช้ในระยะใกล้หรือเล็งไปที่อวัยวะบางส่วนของบุคคล ในขณะเดียวกัน การยิงแบบกระดอนใส่พื้นก็มีความรุนแรงไม่แพ้กัน เพราะกระสุนที่กระดอนขึ้นมาอาจจะก่อให้เกิดอันตรายในลักษณะเดียวกันกับการยิงโดยตรงได้ และยังไม่สามารถที่จะคาดเดาทิศทางได้อย่างแน่นอนอีกด้วย

2 การใช้ในปริมาณที่มากเกินไป

แก๊สน้ำตาก็ถือเป็นพิษต่อร่างกาย โดยเฉพาะหากได้รับในปริมาณที่เกินขนาดอาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบการมองเห็นของมนุษย์ มาตรฐานสิทธิมนุษยชนกำหนดเอาไว้ว่าการใช้แก๊สน้ำตาควรใช้เท่าที่จำเป็น และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ การจะใช้แก๊สน้ำตาในการสลายฝูงชนจำเป็นจะต้องมีการทบทวนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะตัดสินใจยิงกระสุนสารเคมีเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

3 สถานที่ปิดหรือใกล้สถานพยาบาล

สถานที่ที่ใช้ในการในการใช้แก๊สน้ำตาก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกเหนือจากสถานที่ปิดแล้ว ไม่ควรอย่างยิ่งในการนำแกนนตามาใช้ในบริเวณใกล้โรงพยาบาล เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่อยู่ในสถานที่เหล่านั้นได้

A picture containing outdoor, person, weapon  Description automatically generated
“แก๊สน้ำตา” ใครว่าไม่รุนแรง — ภาพจาก : https://www.usatoday.com/in-depth/news/nation/2020/06/02/george-floyd-protests-everything-know-tear-gas-pepper-spray/5307500002/

อย่างไรก็ตาม หากเมื่อใดก็ตามที่คุณบังเอิญโดนแก๊สน้ำตาเข้า จำเป็นที่จะต้องรู้จักวิธีการในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะทำให้ร่างกายมีความปลอดภัยมากที่สุดดังต่อไปนี้

1 รีบออกจากสถานที่ คุณต้องรีบหนีออกจากบริเวณที่มีแก๊สน้ำตา และเดินทางไปในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีลมพัดผ่าน เพื่อที่จะช่วยกระจายสารเคมีเหล่านั้นออกไปให้ได้มากที่สุด

2 ล้างตาด้วยน้ำเกลือ การล้างตาเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้น้ำเกลือปริมาณมากๆ และจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการล้างนานๆ เพื่อจะให้น้ำเกลือชำระสารพิษออกจากตา ในกรณีที่ไม่มีน้ำเกลือสามารถใช้น้ำสะอาดแทนได้ และผู้ใดที่มีการสวมใส่คอนแทคเลนส์ต้องถอดออกก่อน เพราะอาจมีอนุภาคบางอย่างติดมาด้วย

3 รีบถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารเคมีและล้างสารเคมีออกให้เร็วที่สุด สารเคมีจากแก๊สน้ำตาจะละลายติดไปตามเสื้อผ้าและร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงควรรีบถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารเคมีเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด ตามด้วยการล้างหน้าและผิวหนังด้วยสบู่และน้ำเปล่า เพื่อชะล้างเอาแก๊สน้ำตาเหล่านั้นออกไป

แม้ว่าแก๊สน้ำตาจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถใช้กับผู้คนได้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ให้ถูกต้อง และไม่ขัดต่อความถูกต้องทางมนุษยธรรม เพราะสารเคมีตัวนี้ก็ยังคงเป็นอันตราย จึงต้องมีการควบคุมและพิจารณาอย่างยิ่งก่อนที่จะเลือกใช้มัน