การดูแลสุขภาพ, บทความสุขภาพ, สุขภาพ, สุขภาพดี, สุขภาพน่ารู้

อยากท้องต้องตรวจอะไร

อยากท้องต้องตรวจอะไร

 

หลังจากที่คู่สามีภรรยาตกลงปลงใจในการที่จะแต่งงานกันแล้ว หลายๆคู่ก็เลือกที่จะมีบุตรเพื่อที่จะเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ ซึ่งการจะให้กำเนิดบุตรสักหนึ่งคนนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องมีการตั้งครรภ์จำเป็นที่ต้องมีการตรวจร่างกายเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมต่อการมีลูกในอนาคต

การตรวจสุขภาพยังสามารถที่จะช่วยป้องกันโรคทางพันธุกรรม หรือแม้แต่สำหรับคู่ที่มีบุตรยาก การที่มีการตรวจร่างกายก่อน จะทำให้คุณรู้ถึงจุดอ่อนและสามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการตั้งครรภ์ได้

ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะทำให้คุณพ่อและคุณแม่มือใหม่สามารถที่จะเตรียมพร้อมสุขภาพให้ดีที่สุด ป้องกันการเกิดโรคภาวะแทรกซ้อน หรือโรคพันธุกรรมอื่นๆที่คุณไม่ต้องการระหว่างการตั้งครรภ์

ทั้งนี้ การตรวจสุขภาพของคนที่ต้องการจะมีบุตรกับการตรวจสุขภาพทั่วๆไปมีความแตกต่างกันในรายละเอียดหลายๆประการ

อยากท้องต้องตรวจอะไร
อยากท้องต้องตรวจอะไร — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/woman-wearing-white-cap-sleeved-dress-holding-ultrasound-result-photo-1145997/

สิ่งที่คุณแม่จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจอย่างละเอียดก่อนที่ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ จะช่วยทำให้คุณcแม่พร้อมในการมีบุตรที่มากขึ้น ช่วยลดปัญหาในการตั้งครรภ์ และรู้จักแนวทางในการดูแลร่างกายให้ดี ก่อนที่จะมีบุตร ซึ่งการตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์จะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆดังต่อไปนี้

1) การตรวจเพื่อหาโรคทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นโรคที่อาจจะส่งต่อไปยังลูกของคุณ อาจจะเป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น โรคคธาลัสซีเมีย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

2) การตรวจความพร้อมในการมีบุตรในภาวะที่มีบุตรยาก เป็นการตรวจหาว่าอสุจิของคุณพ่อแข็งแรงหรือเปล่า คุณแม่มีประจำเดือนปกติหรือไม่ และหากมีอายุมากกว่า 35 ปี อาจจะต้องเพิ่มการตรวจความเสี่ยงของการเป็นโรคดาวน์ซินโดรมในทารกด้วย ซึ่งการตรวจสุขภาพจะช่วยให้คุณรู้ และป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่างๆจากโรคเหล่านี้ได้

3) การตรวจภาวะความเสี่ยงของโรคหรือภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติการแท้งมาก่อนหรือมีภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น

ขั้นตอนในการตรวจสุขภาพจะเริ่มต้นจากการซักประวัติของคุณพ่อกับคุณแม่ก่อน ซึ่งประวัติที่คุณหมอจะถามก็จะเป็นประวัติโดยทั่วๆไป รวมไปถึงประวัติในเชิงลึก ยกตัวอย่างเช่น

ประวัติความเจ็บป่วยจากการผ่าตัดหรือการรักษาทางการแพทย์

ประวัติการตั้งครรภ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้า รวมไปถึงการคุมกำเนิด และภาวะการมาของประจำเดือนว่าเป็นปกติหรือไม่

ประวัติของครอบครัวที่อาจจะเชื่อมโยงกับโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ

ประวัติการฉีดวัคซีนในโรคอันตราย เช่น ไวรัสตับอักเสบ อีสุกอีใส หรือหัดเยอรมัน

ประวัติการใช้ยาเพื่อรักษาโรคประจำตัว รวมถึงประวัติส่วนตัวอื่นๆ เช่น ประวัติการทำฟัน การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย สภาวะแวดล้อมในบ้าน หรือการเลี้ยงสัตว์

ประวัติต่างๆที่คุณหมอมีการสอบถามจะใช้ในการวินิจฉัย และใช้ในการประเมินความเสี่ยงของการให้กำเนิดลูก

อยากท้องต้องตรวจอะไร
อยากท้องต้องตรวจอะไร — ภาพจาก : https://www.pexels.com/photo/pregnant-woman-holding-tummy-57529/

ในส่วนของการตรวจร่างกายจะมีการตรวจเลือด เพื่อหาความเข้ากันของกรุ๊ปเลือดของพ่อและแม่หรือหาความเข้มข้นของเม็ดเลือด รวมไปถึงการตรวจพันธุกรรมแฝงและเชื้อ HIV เพื่อป้องกันไม่ให้โรคต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อเด็กในครรภ์ในอนาคต

ส่วนคนที่เป็นแม่ก็จะต้องมีการตรวจภายใน เพื่อเช็คว่ามดลูกและรังไข่เป็นปกติหรือไม่ อุ้งเชิงกรานและช่องคลอดเป็นอย่างไร เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงต่อการตั้งครรภ์และการคลอดของคุณแม่

ส่วนในบางกรณีอาจจะมีการตรวจพิเศษ ซึ่งจะเพิ่มเติมขึ้นมาหากมีการตรวจร่างกายและพบว่าเกิดความผิดปกติบางอย่าง ยกตัวอย่าง เช่น การอัลตราซาวด์ช่องท้อง เป็นต้น

การตรวจร่างกายก่อนตัดสินใจมีบุตรถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่มีบุตรยากยิ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ ช่วงวัยในการเจริญพันธุ์ของคุณผู้หญิงตามบัญญัติขององค์การอนามัยโลกมักจะอยู่ในช่วง 18 ถึง 35 ปี ซึ่งตามสถิติพบว่าประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของคู่สมรส กลับต้องประสบกับปัญหามีบุตรยาก และมักจะรู้หลังจากที่แต่งงานไปแล้วนานเป็นปีๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีการแต่งงานหลังอายุ 35 ปีความสามารถในการเจริญพันธุ์จะลดลงอย่างรวดเร็วในทุกๆปี เพราะรังไข่ที่เสื่อมสภาพเนื่องจากอายุที่มากขึ้น และจะทำให้โอกาสในการมีบุตรยากสูงมากขึ้น

ทั้งนี้ เราพบว่า 70% ของคู่สมรสที่มีบุตรยากสามารถหาสาเหตุต้นตอของปัญหาได้หากมีการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ และผ่านการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน

ดังนั้น หากคุณเป็นบุคคลต้องสงสัยว่าจะเกิดปัญหา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจสุขภาพแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการมีบุตร

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ อาจจะทำให้ทารกที่อยู่ในครรภ์คุณนั้นเจริญเติบโตอย่างไม่สมบูรณ์หรือช้ากว่ากำหนด รวมไปถึงภาวะการแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนดได้

หากคุณวางแผนที่จะสร้างครอบครัว การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นการ ตรวจเช็คความพร้อมหรือความสมบูรณ์ของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อทารกที่อยู่ในครรภ์ด้วย เพื่อไม่ให้เขารับโรคจากพันธุกรรมที่ส่งต่อจากพ่อและแม่ รวมไปถึงจะช่วยแก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก และสามารถที่จะตรวจสอบสัญญาณความผิดปกติต่างๆ เพื่อที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำหรือการป้องกันที่ถูกต้องด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งคุณจะไม่สามารถทำได้เลยหากไม่มีการตรวจร่างกายมาก่อน